Ginzii
จัดการร้าน

เมนูไหนทำกำไร ออกแบบเมนูร้านอาหารยังไงให้ร้านได้เงิน

วิธีดูว่าเมนูไหนทำกำไรจริง และเทคนิคออกแบบเมนูร้านอาหาร ตั้งแต่จัดกลุ่มเมนู เลือกพระเอกของร้าน ไปจนถึงการวางเมนูให้ลูกค้าสั่งของที่กำไรดี

ทีม Ginziiอ่าน 7 นาที

สำรับอาหารตามสั่งไทยหลากหลายจานบนโต๊ะ

ร้านอาหารส่วนใหญ่มีเมนูเยอะเพราะอยากให้ลูกค้ามีตัวเลือก แต่การมีเมนูเยอะไม่ได้แปลว่าร้านจะได้กำไรมากขึ้น บางครั้งกลับตรงกันข้าม — วัตถุดิบหลากหลายเกินไป ของเสียเยอะ ครัวทำงานช้าลง และเมนูที่ขายดีที่สุดอาจไม่ใช่เมนูที่ทำกำไรดีที่สุด

การออกแบบเมนูให้ร้านได้เงิน ไม่ใช่แค่เลือกอาหารที่อร่อย แต่คือการรู้ว่าเมนูไหนคุ้มที่จะดัน เมนูไหนควรปรับ และจัดวางยังไงให้ลูกค้าเลือกสิ่งที่ดีต่อร้าน บทความนี้พาดูทีละขั้น

ขั้นแรก: รู้ก่อนว่าเมนูไหน "ทำกำไร" จริง

ก่อนออกแบบอะไร ต้องดูตัวเลข 2 อย่างของแต่ละเมนู:

  • ขายดีแค่ไหน — จำนวนที่ขายได้จริงในแต่ละเดือน
  • กำไรต่อจานเท่าไหร่ — ราคาขายลบต้นทุนวัตถุดิบต่อจาน (ถ้ายังไม่เคยคิด ดู วิธีคิดต้นทุนต่อจาน)

พอเอาสองอย่างนี้มาดูคู่กัน เมนูในร้านจะแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม:

  • ขายดี + กำไรดี = พระเอกของร้าน ดันให้สุด
  • ขายดี + กำไรน้อย = ดังแต่แทบไม่เหลือ ควรปรับสูตรหรือขยับราคา
  • ขายน้อย + กำไรดี = ของดีที่คนยังไม่รู้จัก ควรช่วยให้ขายมากขึ้น
  • ขายน้อย + กำไรน้อย = ตัวถ่วง พิจารณาตัดออก

แค่จัดกลุ่มนี้ได้ ก็รู้แล้วว่าควรโฟกัสเมนูไหน

ดันพระเอกของร้านให้เด่น

เมนูกลุ่ม "ขายดี + กำไรดี" คือสิ่งที่ควรให้ลูกค้าเห็นก่อนและเห็นชัดที่สุด

  • วางไว้ตำแหน่งที่ตามองก่อน เช่น บนสุดของหมวด หรือมีกรอบ/รูปประกอบ
  • พนักงานแนะนำเมนูกลุ่มนี้เวลาลูกค้าลังเล
  • อย่าซ่อนพระเอกไว้กลางเมนูที่มีตัวเลือกเยอะจนหาไม่เจอ

จัดการเมนู "ขายดีแต่กำไรน้อย"

เมนูดังที่เหลือกำไรน้อยเป็นกับดัก เพราะยิ่งขายดียิ่งเหนื่อยฟรี ทางเลือกในการแก้:

  • ปรับสูตรหรือปริมาณ — ลดต้นทุนวัตถุดิบโดยไม่ให้ลูกค้ารู้สึกว่าน้อยลง
  • ขยับราคาขึ้นเล็กน้อย — เมนูที่คนรักอยู่แล้วมักรับการขึ้นราคาเล็กน้อยได้
  • จับคู่ขาย — เสนอเป็นเซ็ตกับเมนูกำไรดีหรือเครื่องดื่ม เพื่อดันกำไรรวมต่อบิล

อย่ามีเมนูเยอะเกินจำเป็น

เมนูยิ่งเยอะ ยิ่งมีต้นทุนแฝง:

  • ต้องสต๊อกวัตถุดิบหลากหลาย ของค้างและของเสียมากขึ้น
  • ครัวทำงานช้าลง คุณภาพไม่คงที่
  • ลูกค้าเลือกนาน ตัดสินใจยาก

ทางที่ดีคือเลือกเมนูที่ ใช้วัตถุดิบร่วมกันได้หลายจาน เช่น เนื้อหมูชุดเดียวทำได้หลายเมนู แบบนี้ลดของเสียและคุมสต๊อกง่ายกว่า

ออกแบบหน้าตาเมนูให้ช่วยขาย

  • จัดกลุ่มชัดเจน — แยกหมวดให้หาง่าย ไม่ยัดทุกอย่างรวมกัน
  • จำนวนตัวเลือกพอดี — แต่ละหมวดไม่ต้องเยอะ เลือกที่ดีที่สุดมาโชว์
  • ระวังการใส่สัญลักษณ์เงิน — เมนูที่เน้นตัวเลขราคาเรียงกันเป็นแถวทำให้ลูกค้าเทียบราคาและเลือกของถูก ลองจัดวางให้ราคาไม่เด่นจนเกินไป

สรุป

เมนูที่ดีต่อร้านเริ่มจากการรู้ตัวเลข — เมนูไหนขายดี เมนูไหนกำไรดี แล้วจัดกลุ่มเพื่อรู้ว่าควรดันตัวไหน ปรับตัวไหน ตัดตัวไหน จากนั้นออกแบบหน้าเมนูและการแนะนำให้ลูกค้าเลือกสิ่งที่ดีต่อร้าน โดยไม่ลืมว่าเมนูยิ่งเยอะยิ่งมีต้นทุนแฝง

การจะทำแบบนี้ได้ต้องมีข้อมูลว่าแต่ละเมนูขายได้เท่าไหร่และกำไรต่อจานเท่าไหร่ Ginzii เป็นระบบ POS ที่บันทึกยอดขายรายเมนูและคิดต้นทุนต่อจานจากสูตรอาหารให้ ช่วยให้เห็นชัดว่าเมนูไหนคือพระเอก เมนูไหนควรปรับ ลองใช้ฟรีได้ที่นี่

เห็นต้นทุนร้านชัดตั้งแต่วันแรก

Ginzii คือระบบ POS สำหรับร้านอาหารและคาเฟ่เปิดใหม่ในไทย รู้ต้นทุนต่อจานและของเสียได้จริง เริ่มใช้ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มใช้ฟรี