ไข่ในร้านอาหาร จุดที่พลาดไม่ใช่การทอด แต่คือกะละมังไข่ตอกที่ตั้งไว้รอ
ไข่เป็นวัตถุดิบที่ร้านไทยใช้ทุกวันและมีจุดเสี่ยงที่ต่างจากเนื้อสัตว์อื่น เพราะเอกสารของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐระบุว่าเชื้อซัลโมเนลลาถูกพบทั้งที่ผิวนอกเปลือกและอยู่ภายในไข่ได้ บทความนี้อธิบายว่าทำไมการล้างเปลือกจึงไม่ใช่คำตอบ ทำไมไข่ที่ตอกรวมกันไว้ล่วงหน้าถูกกำหนดอุณหภูมิปรุงสูงกว่าไข่ที่ตอกสดตามคำสั่ง และตัวบทไทยกำหนดอะไรไว้เรื่องการเก็บของปรุงสุกที่รอใช้

ไข่เป็นวัตถุดิบที่ร้านอาหารตามสั่งใช้มากที่สุดอย่างหนึ่ง และเป็นวัตถุดิบที่มีวิธีทำงานซึ่งส่งต่อกันมาโดยไม่มีใครตั้งคำถาม เช่นตอกไข่รวมกันไว้ในกะละมังตั้งแต่ก่อนเปิดร้านเพื่อให้ผัดได้เร็ว วางลังไข่ไว้ข้างเตาเพราะหยิบสะดวก และล้างไข่ทั้งแผงตอนรับของเพราะเปลือกเปื้อน
สามอย่างนี้ดูเป็นเรื่องความสะดวกกับความสะอาด แต่ทั้งสามอย่างเกี่ยวกับความปลอดภัยในทางที่คนทำไม่ได้ตั้งใจ และมีอย่างหนึ่งที่มาตรฐานอาหารกำหนดอุณหภูมิปรุงไว้สูงกว่าปกติเพราะเรื่องนี้โดยเฉพาะ
เชื้อที่เกี่ยวกับไข่ไม่ได้อยู่แค่ที่เปลือก
เอกสาร Bad Bug Book ฉบับที่สองของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ เขียนถึงเชื้อซัลโมเนลลากับไข่ไว้ตรงไปตรงมาว่า
เชื้อซัลโมเนลลาหลายชนิดถูกแยกได้จากผิวด้านนอกของเปลือกไข่มานานแล้ว แต่ S. Enteritidis สามารถอยู่ภายในไข่ได้ ข้อมูลนี้และข้อมูลอื่นชี้อย่างชัดเจนไปที่การส่งผ่านในแนวตั้ง กล่าวคือการที่แม่ไก่ที่ติดเชื้อวางเชื้อไว้ด้านไข่ขาวของเยื่อถุงไข่แดง ก่อนที่เปลือกจะถูกสร้างขึ้น
สองประโยคนี้ตอบคำถามที่ครัวเถียงกันบ่อยว่าล้างไข่ดีหรือไม่ดี คำตอบคือ การล้างจัดการได้เฉพาะสิ่งที่อยู่ด้านนอกเปลือก ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรทำถ้าเปลือกเปื้อน เพราะสิ่งที่ติดเปลือกจะไปอยู่บนมือคนตอกและปลายมีดต่อไป แต่การล้างไม่ได้แก้สิ่งที่อยู่ข้างในไข่ ดังนั้นวิธีทำงานที่พึ่งพาการล้างเป็นหลักจึงไม่พอ
จุดที่ต้องระวังกว่าคือ สิ่งที่ล้างออกจากเปลือกไปอยู่ที่ไหน ถ้าล้างไข่ในอ่างเดียวกับที่ล้างผักที่จะกินสด อ่างนั้นก็กลายเป็นทางเชื่อมของการปนเปื้อน เรื่องนี้ต่อกับสิ่งที่เราเขียนไว้ใน ล้างผักลดสารตกค้างได้จริงแค่ไหน ว่าลำดับการใช้อ่างเป็นเรื่องที่ต้องกำหนดเป็นกติกา ไม่ใช่ปล่อยให้แล้วแต่ใครถึงก่อน
ตัวเลขสองตัวที่อธิบายว่าทำไมต้องคุมให้แน่น
เอกสารฉบับเดียวกันระบุเรื่องขนาดของเชื้อที่ทำให้ติดเชื้อไว้ว่า ต่ำได้ถึงหนึ่งเซลล์ ขึ้นกับอายุและสุขภาพของผู้รับเชื้อ และความต่างระหว่างสายพันธุ์
ส่วนอาการนั้น เอกสารระบุว่าเริ่มหลังได้รับเชื้อ 6 ถึง 72 ชั่วโมง อาการได้แก่คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องเกร็ง ท้องเสีย มีไข้ ปวดหัว และมักอยู่ 4 ถึง 7 วัน โดยอัตราการเสียชีวิตโดยทั่วไปต่ำกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ แต่เอกสารระบุว่า S. Enteritidis มีอัตราการเสียชีวิต 3.6 เปอร์เซ็นต์ในการระบาดที่เกิดในบ้านพักคนชราและโรงพยาบาล โดยผู้สูงอายุได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ
สองตัวเลขนี้รวมกันบอกร้านว่าอะไร
ข้อแรก การหวังว่าเชื้อปริมาณน้อยจะไม่เป็นไรไม่ใช่กลยุทธ์ เพราะขนาดที่ทำให้ติดเชื้อต่ำมาก งานของครัวจึงเป็นการไม่ให้เชื้อเพิ่มจำนวน ซึ่งหมายถึงเรื่องอุณหภูมิและเวลา
ข้อสอง ระยะเวลาก่อนแสดงอาการที่ยาวถึง 72 ชั่วโมง ทำให้ลูกค้าโยงกลับมาที่ร้านไม่ได้ ร้านจึงไม่เคยได้สัญญาณว่ามีปัญหา และไม่แก้อะไรเลยเป็นปี ตรรกะเดียวกับที่เราเขียนไว้ใน น้ำซุปใสหรือขุ่นตัดสินกันที่ไฟ
ข้อสาม กลุ่มที่ได้รับผลรุนแรงกว่าคือผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าจริงของร้านข้าวแกงและร้านตามสั่งทุกร้าน
กะละมังไข่ตอก คือจุดที่มาตรฐานเข้มขึ้นทันที
นี่คือส่วนที่ร้านส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ Food Code ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ ข้อ 3-401.11 กำหนดอุณหภูมิปรุงอาหารดิบจากสัตว์ และแยกไข่ออกเป็นสองกรณีที่ใช้ตัวเลขไม่เท่ากัน
กรณีที่หนึ่ง ไข่ดิบที่ถูกตอกและเตรียมตามคำสั่งของลูกค้าเพื่อเสิร์ฟทันที ให้ปรุงให้ทุกส่วนของอาหารถึง 63 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 วินาที
กรณีที่สอง ไข่ดิบที่ไม่ได้เตรียมตามกรณีที่หนึ่ง คือไข่ที่ตอกรวมกันไว้ล่วงหน้าหรือเตรียมไว้เป็นล็อต ให้ปรุงถึง 68 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 17 วินาที หรือใช้อุณหภูมิตามตารางที่กำหนดคู่กับเวลาที่ยาวขึ้น คือ 63 องศาเซลเซียส 3 นาที หรือ 66 องศาเซลเซียส 1 นาที หรือ 70 องศาเซลเซียสแบบทันที
ความต่างนี้ไม่ใช่รายละเอียดทางเทคนิค มันคือการยอมรับในตัวมาตรฐานเองว่า ไข่ที่ตอกรวมกันไว้มีความเสี่ยงมากกว่าไข่ที่ตอกสดต่อจาน เพราะถ้าในไข่ฟองใดฟองหนึ่งมีเชื้อ การตอกรวมกันคือการกระจายเชื้อนั้นไปทั่วทั้งกะละมัง และกะละมังนั้นมักถูกตั้งไว้ที่อุณหภูมิห้องข้างเตาเป็นชั่วโมง ซึ่งเป็นสภาพที่เหมาะกับการเพิ่มจำนวน
สำหรับร้านตามสั่งไทย นี่แปลได้ตรง ๆ ว่า
- เมนูที่ปรุงจนสุกทั่วอย่างไข่เจียวหรือไข่ยัดไส้ ยังอยู่ในวิสัยที่ปลอดภัยกว่า เพราะความร้อนถึงทั้งชิ้น
- เมนูที่ไข่แดงยังไม่สุกอย่างไข่ดาวเยิ้มหรือไข่ลวก ควรใช้ไข่ที่ตอกสดตามคำสั่งเท่านั้น ไม่ใช้ไข่จากกะละมังรวม
- ถ้าจำเป็นต้องเตรียมไข่ตอกไว้ล่วงหน้าเพราะช่วงพีค ให้เก็บในความเย็น ไม่ใช่ตั้งไว้ข้างเตา
ตัวบทไทยที่เกี่ยวกับไข่ตอกรอใช้
ฝั่งกฎหมายไทย ตัวเลขที่ตรงที่สุดกับกะละมังไข่ตอกอยู่ใน ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ การควบคุมคุณภาพและการจัดการสุขลักษณะของการจำหน่ายอาหารประเภทปรุงสำเร็จ ในสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2566
ข้อ 6 (2) กำหนดว่าวัตถุดิบประเภทอาหารที่ปรุงสุกพร้อมบริโภคซึ่งรอกระบวนการทำ ประกอบ หรือปรุงอาหาร ต้องเก็บรักษาคุณภาพอาหารในภาชนะบรรจุที่สะอาด มีการปิดมิดชิดเพื่อป้องกันการปนเปื้อน และจัดเก็บในตู้เย็น ตู้แช่ หรืออุปกรณ์เก็บรักษาคุณภาพอาหารด้วยความเย็นที่สามารถควบคุมอุณหภูมิต่ำกว่าห้าองศาเซลเซียส
ข้อ 5 (2) วรรคสอง กำหนดว่าอาหารประเภทปรุงสำเร็จ ต้องจัดเก็บที่อุณหภูมิห้องในระยะเวลาไม่เกินสองชั่วโมงในระหว่างการจัดเตรียมหรือจำหน่ายอาหาร
ส่วนไข่เปลือกที่ยังไม่ตอกจัดเป็นอาหารสด อยู่ในกรอบของ กฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 ข้อ 9 (2) ซึ่งกำหนดว่าอาหารสดต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสม และเก็บเป็นสัดส่วน มีการปกปิด ไม่วางบนพื้นหรือบริเวณที่อาจทำให้อาหารปนเปื้อน โดยรายละเอียดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
จะเห็นว่ากฎหมายสุขาภิบาลร้านอาหารไม่ได้พูดถึง "ไข่" เป็นคำ ๆ แต่กรอบที่ใช้กับไข่ตอกที่รอใช้ชัดพอ คือของที่รอเข้ากระบวนการต่อควรอยู่ในความเย็น ไม่ใช่ตั้งไว้ที่อุณหภูมิห้องทั้งกะ
มาตรฐานไทยที่ระบุคำว่าไข่ตรง ๆ มีอยู่ และใช้เป็นเกณฑ์ตรวจรับของได้เลย
กฎหมายที่คุมร้านอาหารพูดถึงไข่ในฐานะ "อาหารสด" เท่านั้น แต่ฝั่งมาตรฐานสินค้าเกษตรมีฉบับที่เขียนถึงไข่ไก่โดยตรงพร้อมตัวเลข คือ มาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 6702-2553 เรื่อง ไข่ไก่ ของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 150 ง วันที่ 28 ธันวาคม 2553
มาตรฐานนี้เขียนขึ้นสำหรับฟาร์มและผู้คัดบรรจุ ไม่ใช่ข้อบังคับที่ร้านอาหารต้องทำตาม แต่ตัวเลขในนั้นคือเกณฑ์ที่ร้านหยิบมาใช้ตอนรับของได้ทันที เพราะมันบอกว่าไข่ที่ "ได้มาตรฐาน" หน้าตาเป็นยังไง
| ข้อ | ตัวบทเขียนว่า | ร้านเอาไปใช้ยังไง |
|---|---|---|
| 9.2 | ต้องไม่พบซัลโมเนลลา (Salmonella spp.) ในตัวอย่าง 25 กรัม | เกณฑ์นี้คือ "ไม่พบ" ไม่ใช่ "ไม่เกินเท่าไร" — แปลว่าไม่มีระดับที่ยอมรับได้ |
| 12.2 | การเก็บรักษาไข่ไก่นานกว่า 1 สัปดาห์ ต้องเก็บในตู้เย็นหรือห้องที่ควบคุมอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 10–13 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์อยู่ระหว่าง 70–85% | ร้านที่ซื้อไข่ทีละหลายแผงแล้วใช้เกินหนึ่งสัปดาห์ ตัวเลขนี้บอกว่าที่วางไข่ต้องไม่ใช่มุมครัวธรรมดา |
| 5.3 | ไข่ไก่ทุกระดับชั้นคุณภาพและทุกขนาดต้องไม่มีไข่บุบร้าว ยกเว้นยอมให้มีไข่บุบร้าวอันเกิดจากการขนส่ง ต้องไม่มากกว่า 5% โดยจำนวน | แผงละ 30 ฟอง = ร้าวได้ไม่เกิน 1 ฟองครึ่ง ถ้าเปิดลังแล้วเจอร้าวสามสี่ฟองทุกแผง นั่นคือของที่ควรทักคนส่ง |
| 2.4 | ไข่บุบร้าว หมายถึงไข่ที่เปลือกภายนอกเป็นรอยบุบหรือร้าวโดยเยื่อหุ้มเปลือกไข่ไม่ฉีกขาด และไม่มีของเหลวภายในไหลออกมา | ไข่ที่ของเหลวไหลออกมาแล้วไม่นับเป็น "ไข่บุบร้าว" ตามมาตรฐานนี้ด้วยซ้ำ คือตกเกณฑ์ไปเลย |
ข้อ 12.2 เป็นข้อที่ร้านไทยมักไม่ผ่านโดยไม่รู้ตัว เพราะอุณหภูมิห้องครัวไทยกลางวันสูงกว่า 13 องศาเซลเซียสตลอด และไข่ที่ซื้อมาเผื่อมักอยู่ในครัวเกินหนึ่งสัปดาห์จริง ๆ ทางออกไม่จำเป็นต้องซื้อตู้เย็นเพิ่ม แต่คือ ซื้อให้พอใช้ในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวมาตรฐานเองบอกเป็นนัยว่าเป็นเส้นแบ่ง
เจ็ดอย่างที่ร้านทำได้ตั้งแต่กะพรุ่งนี้
- เลิกตอกไข่รวมกะละมังใหญ่ไว้ทั้งกะ ถ้าจำเป็นต้องเตรียมล่วงหน้าเพราะช่วงพีค ให้ตอกเป็นล็อตเล็กพอใช้ประมาณหนึ่งชั่วโมง แล้วเก็บส่วนที่รอในความเย็น
- เมนูไข่ไม่สุกใช้ไข่ตอกสดเท่านั้น ไข่ดาวไข่แดงเยิ้ม ไข่ลวก ไข่ออนเซ็น ให้ตอกจากเปลือกตามคำสั่ง ไม่ตักจากกะละมังรวม
- ย้ายลังไข่ออกจากข้างเตา เพราะบริเวณนั้นร้อนที่สุดในครัว และเป็นที่ที่ไข่อยู่นานที่สุดก่อนถูกใช้
- ล้างเฉพาะไข่ที่จะใช้ในรอบนั้น ไม่ล้างเผื่อทั้งแผงแล้วเก็บกลับ และเมื่อล้าง ให้ล้างในอ่างที่ไม่ใช่อ่างเดียวกับผักที่จะกินสด แล้วล้างอ่างต่อทันที
- ล้างมือหลังจับเปลือกไข่ทุกครั้ง ก่อนไปจับของพร้อมเสิร์ฟ ข้อนี้สำคัญกว่าการล้างไข่ เพราะเชื้อที่อยู่ที่เปลือกจะเดินทางต่อไปทางมือ
- แยกภาชนะและอุปกรณ์ของไข่ดิบออกจากของสุก รวมถึงตะกร้าที่ใส่ไข่เปื้อนดิน ไม่ให้วางซ้อนกับถาดของพร้อมเสิร์ฟ
- ใช้ไข่แบบเข้าก่อนออกก่อน และเขียนวันที่รับของไว้บนถาด ไข่ที่ไม่มีวันที่ให้ถือว่าเก่ากว่าถาดที่มี
สรุปให้สั้นที่สุด
ไข่มีจุดเสี่ยงที่ต่างจากวัตถุดิบอื่น เพราะเชื้อที่เกี่ยวข้องไม่ได้อยู่แค่ที่เปลือก เอกสารทางการระบุว่า S. Enteritidis อยู่ภายในไข่ได้จากการส่งผ่านทางแม่ไก่ ดังนั้นวิธีทำงานที่พึ่งการล้างเปลือกเป็นหลักจึงไม่ครบ
จุดที่พลาดจริงในครัวไทยไม่ใช่การทอด แต่คือกะละมังไข่ตอกที่ตั้งไว้รอ ซึ่งมาตรฐานอาหารสากลถึงกับกำหนดอุณหภูมิปรุงให้สูงกว่าไข่ที่ตอกสด คือ 68 องศาเซลเซียส 17 วินาที เทียบกับ 63 องศาเซลเซียส 15 วินาที
และเพราะอาการเกิดหลังกินได้นานถึง 72 ชั่วโมง ร้านจะไม่ได้รับคำร้องเรียนที่โยงกลับมาถึงตัวเอง การแก้จึงต้องเกิดจากการเปลี่ยนวิธีทำงานล่วงหน้า ไม่ใช่รอสัญญาณจากลูกค้า
ร้านที่อยากรู้ว่าเมนูไข่แต่ละจานขายได้กี่จานต่อวันและใช้ไข่ไปเท่าไหร่จริง ๆ เริ่มจากการบันทึกยอดขายรายเมนูให้ครบก่อน Ginzii เป็นระบบขายหน้าร้านที่เก็บข้อมูลตรงนี้ให้อัตโนมัติตั้งแต่บิลแรก และมีแพ็กเกจฟรีให้เริ่มได้โดยไม่ต้องจ่าย
รู้ต้นทุนต่อจานก่อน ค่อยตัดสินเรื่องอื่น
กรอกวัตถุดิบกับราคาที่ซื้อจริง รู้ต้นทุนต่อจานและช่วงราคาขายที่ควรตั้งทันที คำนวณในเครื่องคุณล้วน ๆ ไม่ต้องสมัคร และข้อมูลที่กรอกไม่ถูกส่งออกไปไหน
คำนวณต้นทุนต่อจานฟรีหรือให้ระบบคิดให้ทุกจานอัตโนมัติ — เริ่มใช้ Ginzii ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
บทความนี้มีประโยชน์ ส่งต่อให้เพื่อนที่ทำร้านได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
- ล้างเปลือกไข่ก่อนใช้ ทำให้ปลอดภัยแล้วหรือยัง
- ยังไม่พอ เอกสาร Bad Bug Book ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐระบุว่าเชื้อซัลโมเนลลาหลายชนิดถูกแยกได้จากผิวด้านนอกของเปลือกไข่มานาน แต่เชื้อ S. Enteritidis สามารถอยู่ภายในไข่ได้ และข้อมูลนี้ชี้ไปที่การส่งผ่านในแนวตั้ง คือแม่ไก่ที่ติดเชื้อวางเชื้อไว้ด้านไข่ขาวของเยื่อถุงไข่แดงก่อนที่เปลือกจะถูกสร้าง แปลว่าการทำความสะอาดเปลือกจัดการได้เฉพาะสิ่งที่อยู่ด้านนอก ไม่ใช่ทั้งหมด
- ไข่ที่ตอกรวมกันไว้ในกะละมังก่อนขาย ต่างจากไข่ที่ตอกสดยังไง
- ต่างกันถึงระดับที่มาตรฐานกำหนดอุณหภูมิปรุงไว้ไม่เท่ากัน Food Code ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ ข้อ 3-401.11 กำหนดว่าไข่ดิบที่ตอกและเตรียมตามคำสั่งของลูกค้าเพื่อเสิร์ฟทันที ให้ปรุงให้ทุกส่วนถึง 63 องศาเซลเซียส 15 วินาที แต่ไข่ดิบที่ไม่ได้เตรียมแบบนั้น ต้องปรุงถึง 68 องศาเซลเซียส 17 วินาที หรือตามตารางเวลาที่กำหนด เช่น 63 องศา 3 นาที หรือ 66 องศา 1 นาที หรือ 70 องศาแบบทันที
- ตัวบทไทยกำหนดอะไรไว้เกี่ยวกับไข่ที่ตอกรอใช้
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ การควบคุมคุณภาพและการจัดการสุขลักษณะของการจำหน่ายอาหารประเภทปรุงสำเร็จ ในสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2566 ข้อ 6 (2) กำหนดให้วัตถุดิบประเภทอาหารที่ปรุงสุกพร้อมบริโภคซึ่งรอกระบวนการต่อ ต้องเก็บในภาชนะบรรจุที่สะอาดปิดมิดชิด และจัดเก็บในตู้เย็นหรือตู้แช่ที่ควบคุมอุณหภูมิต่ำกว่าห้าองศาเซลเซียส และข้อ 5 (2) กำหนดกรอบเวลาที่อาหารปรุงสำเร็จอยู่ที่อุณหภูมิห้องไว้ไม่เกินสองชั่วโมง
- ปริมาณเชื้อที่ทำให้ป่วยมากแค่ไหน
- เอกสาร Bad Bug Book ระบุว่าขนาดของเชื้อที่ทำให้ติดเชื้อได้ต่ำถึงหนึ่งเซลล์ ขึ้นกับอายุและสุขภาพของผู้รับเชื้อและความต่างระหว่างสายพันธุ์ อาการเริ่มหลังได้รับเชื้อ 6 ถึง 72 ชั่วโมง ได้แก่คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องเกร็ง ท้องเสีย มีไข้ ปวดหัว โดยอาการมักอยู่ 4 ถึง 7 วัน นี่คือเหตุผลที่การจัดการต้องเน้นการไม่ให้เชื้อเพิ่มจำนวน มากกว่าการหวังว่าปริมาณน้อยจะไม่เป็นไร
- ไข่ดาวไข่แดงยังเยิ้ม ขายได้ไหม
- ขายได้และเป็นที่ต้องการของลูกค้า แต่ต้องเข้าใจว่ามันคืออาหารที่ไม่ผ่านเกณฑ์อุณหภูมิที่ทำให้เชื้อลดลงถึงระดับที่มาตรฐานกำหนด ทางที่ร้านทำได้คือใช้ไข่ที่ตอกสดตามคำสั่งเท่านั้นสำหรับเมนูกลุ่มนี้ ไม่ใช้ไข่จากกะละมังที่ตอกรวมไว้ และเลี่ยงการเสิร์ฟแบบไข่แดงเยิ้มให้กลุ่มที่เอกสารระบุว่าเสี่ยงกว่าคนทั่วไป เช่นผู้สูงอายุ
- เก็บไข่ในตู้เย็นหรือวางนอกตู้
- ตัวบทไทยที่มีตัวเลขคือประกาศปี 2566 ซึ่งพูดถึงของปรุงสุกที่รอใช้ให้เก็บต่ำกว่าห้าองศาเซลเซียส ส่วนไข่เปลือกดิบเป็นอาหารสดตามกฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 ข้อ 9 (2) ซึ่งกำหนดให้เก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม เก็บเป็นสัดส่วน มีการปกปิด และไม่วางบนพื้น โดยรายละเอียดให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ในทางปฏิบัติ ร้านที่เก็บไข่ในความเย็นและใช้หมดเป็นรอบจะควบคุมได้แน่นอนกว่าการวางกองไว้ข้างเตา