ลูกค้าถามว่าใส่ผงชูรสไหม ตอบยังไงให้ตรง และป้ายไม่ใส่ผงชูรสเขียนได้แค่ไหน
คำถามนี้ร้านเจอทุกวันและตอบผิดกันสองแบบ คือปฏิเสธทั้งที่ใส่ กับยอมรับแบบขอโทษจนลูกค้าไม่กล้าสั่ง บทความนี้แยกให้เห็นว่าหน่วยงานอาหารทั่วโลกสรุปเรื่องผงชูรสไว้ยังไงจริง ๆ ทั้งฝั่งที่บอกว่าปลอดภัยและฝั่งที่ตั้งเพดานไว้ ทำไมตัวที่ร้านควรจับตาคือโซเดียมไม่ใช่ผงชูรส คนไทยกินโซเดียมเกินเกณฑ์องค์การอนามัยโลกเกือบสองเท่าเท่าไหร่ และกับดักของป้ายไม่ใส่ผงชูรสที่อาจทำให้ร้านเข้าข่ายโฆษณาหลอกลวงโดยไม่ตั้งใจ

"ร้านใส่ผงชูรสไหมคะ"
คำถามนี้ร้านอาหารตามสั่งเจอเกือบทุกวัน และคำตอบที่ได้ยินบ่อยที่สุดมีสองแบบซึ่งเสียลูกค้าทั้งคู่ แบบแรกคือตอบว่าไม่ใส่ทั้งที่ใส่ เพราะกลัวเสียลูกค้า แบบที่สองคือยอมรับด้วยน้ำเสียงขอโทษ จนลูกค้าเข้าใจว่าร้านนี้ใส่เยอะจนต้องขอโทษ
ทั้งสองแบบมาจากสาเหตุเดียวกัน คือร้านไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงของเรื่องนี้อยู่ตรงไหน บทความนี้เอาสิ่งที่หน่วยงานอาหารสรุปไว้จริงมาวางให้ครบทั้งสองด้าน แล้วชี้ว่าตัวที่ร้านควรจับตาจริง ๆ ไม่ใช่ผงชูรส
ผงชูรสคืออะไร และหน่วยงานอาหารสรุปไว้ว่าอย่างไร
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) เขียนไว้ในหน้าคำถามที่พบบ่อยเรื่องผงชูรสว่า
"FDA considers the addition of MSG to foods to be 'generally recognized as safe' (GRAS)."
"Although many people identify themselves as sensitive to MSG, in studies with such individuals given MSG or a placebo, scientists have not been able to consistently trigger reactions."
— Questions and Answers on Monosodium Glutamate (MSG), U.S. FDA
หน้าเดียวกันยังอธิบายที่มาไว้ว่า ปัจจุบันผงชูรสผลิตด้วยการหมักแป้ง หัวบีต อ้อย หรือกากน้ำตาล ไม่ได้สกัดจากน้ำซุปสาหร่ายแบบสมัยที่คิดค้นใหม่ ๆ เมื่อปี 1908 และกลูตาเมตเองมีอยู่ตามธรรมชาติในอาหารหลายอย่างเช่นมะเขือเทศและชีส
ตัวเลขที่ควรรู้จากหน้าเดียวกันคือ ผู้ใหญ่โดยเฉลี่ยได้รับกลูตาเมตจากโปรตีนในอาหารประมาณวันละ 13 กรัม ขณะที่กลูตาเมตจากผงชูรสที่เติมลงไปประมาณวันละ 0.55 กรัม พูดอีกอย่างคือกลูตาเมตส่วนใหญ่ที่คนกินไม่ได้มาจากผงชูรสในกระปุก แต่มาจากอาหารปกติ
แต่มีอีกด้านที่ต้องพูดด้วย ไม่งั้นบทความนี้จะเอียง
หน่วยงานความปลอดภัยอาหารยุโรป (EFSA) ทบทวนกรดกลูตามิกและเกลือกลูตาเมตใหม่ในปี 2560 แล้วสรุปไว้ว่า
"Considering the toxicological database and based on the NOAEL of 3,200 mg MSG/kg bw per day identified in a neurodevelopmental toxicity study and applying an uncertainty factor of 100, the Panel derived a group ADI of 30 mg/kg bw per day, expressed as glutamic acid, for glutamic acid and glutamates (E 620–625)."
"The Panel noted that the exposure to glutamic acid and glutamates (E 620–625) exceeded not only the proposed ADI, but also doses associated with adverse effects in humans for some population groups."
— EFSA ANS Panel, EFSA Journal 2017;15(7):4910 · ฉบับเต็มที่ Europe PMC (PMC7009848)
อ่านคู่กันแล้วได้ข้อสรุปที่ตรงกว่าที่ทั้งสองฝ่ายในโซเชียลชอบพูด คือ ไม่ใช่สารพิษที่ต้องกลัว แต่ก็ไม่ใช่ของที่ใส่เท่าไหร่ก็ได้ EFSA ตั้งเพดานไว้ที่ 30 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมต่อวัน คิดที่คนหนัก 60 กิโลกรัมคือประมาณ 1.8 กรัมต่อวัน และบอกด้วยว่าประชากรบางกลุ่มได้รับเกินค่านั้น
ข้อสังเกตของ EFSA คิดจากรูปแบบการกินของยุโรปซึ่งได้กลูตาเมตจากอาหารแปรรูปเป็นหลัก จะเอามาทับกับคนไทยที่กินอาหารปรุงสดตรง ๆ ไม่ได้ แต่ประเด็นที่ใช้ได้กับทุกที่คือ มีเพดานอยู่จริง และเพดานนั้นไม่ได้สูงจนใส่แบบไม่ต้องคิด
ตัวที่ร้านควรจับตาจริง ๆ คือโซเดียม
องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าผู้ใหญ่ควรได้รับโซเดียมน้อยกว่าวันละ 2,000 มิลลิกรัม ซึ่งเท่ากับเกลือน้อยกว่าวันละ 5 กรัม หรือประมาณหนึ่งช้อนชา และให้ตัวแปลงไว้ว่าเกลือ 1 กรัมเท่ากับโซเดียม 400 มิลลิกรัม (WHO Sodium reduction fact sheet)
ของจริงในไทยห่างจากตัวเลขนั้นมาก งานสำรวจระดับประเทศที่ใช้วิธีเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงซึ่งเป็นวิธีมาตรฐาน รายงานไว้ว่า
"Mean dietary sodium intake (mg/day) was 3636 (±1722), highest in South (4108 ± 1677), and lowest in North-east (3316 ± 1608)."
— Estimated dietary sodium intake in Thailand: A nationwide population survey with 24-hour urine collections · ฉบับเต็มที่ PMC8678751
3,636 มิลลิกรัมต่อวัน เทียบกับเพดาน 2,000 คือเกือบสองเท่า และงานนี้เก็บข้อมูลทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มเล็ก ๆ
ทีนี้กลับมาที่คำถามว่าผงชูรสเกี่ยวตรงไหน คำนวณจากมวลโมเลกุลได้ว่า
| เครื่องปรุง | สัดส่วนโซเดียมโดยน้ำหนัก |
|---|---|
| เกลือแกง (โซเดียมคลอไรด์ NaCl) | ประมาณ 39% |
| ผงชูรส (โมโนโซเดียมกลูตาเมต C₅H₈NO₄Na) | ประมาณ 14% |
(คำนวณจากมวลอะตอมโซเดียม 22.99 หารด้วยมวลโมเลกุลของสารแต่ละตัว คือ 58.44 และ 169.11 ตามลำดับ — เป็นการคำนวณทางเคมีที่ตรวจสอบซ้ำได้ ไม่ใช่ผลวิเคราะห์อาหาร)
แต่ตัวเลขนี้ห้ามอ่านว่า "ใส่ผงชูรสแทนเกลือแล้วดีกว่า" เพราะในครัวจริงร้านไม่ได้ใส่แทนกัน แต่ใส่เพิ่มจากกัน น้ำปลาก็ยังใส่ ซีอิ๊วก็ยังใส่ ซอสหอยนางรมก็ยังใส่ โซเดียมรวมของจานจึงมาจากทุกตัวรวมกัน ไม่ได้มาจากตัวใดตัวหนึ่ง
กับดักของป้าย "ไม่ใส่ผงชูรส"
ร้านจำนวนมากแก้ปัญหาคำถามนี้ด้วยการเลิกใช้ผงชูรสแล้วติดป้าย และหันไปใช้ผงปรุงรสหรือซุปก้อนแทน ตรงนี้มีสองปัญหาซ้อนกัน
ปัญหาแรก มันไม่ได้แปลว่าอาหารไม่มีกลูตาเมตแล้ว หน้าคำถามที่พบบ่อยของ FDA เขียนไว้เองว่ากลูตาเมตอิสระและโซเดียมเกิดร่วมกันตามธรรมชาติในวัตถุดิบอย่างโปรตีนพืชไฮโดรไลซ์ (hydrolyzed vegetable protein) ยีสต์ออโตไลซ์ สารสกัดจากยีสต์ สารสกัดถั่วเหลือง และโปรตีนไอโซเลต ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของเครื่องปรุงสำเร็จรูปกลุ่มนี้
ปัญหาที่สอง โซเดียมมักไม่ได้ลดลง เพราะเครื่องปรุงสำเร็จรูปมีเกลือเป็นฐาน การเปลี่ยนจากผงชูรสซึ่งมีโซเดียม 14% ไปใช้ผงปรุงรสที่มีเกลือผสมอยู่มาก จึงมีโอกาสได้โซเดียมรวมมากกว่าเดิม
และมีชั้นที่สามซึ่งร้านมักไม่ได้คิดถึง คือ ชั้นกฎหมาย พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 ห้ามโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร อันเป็นเท็จหรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร โทษตามมาตรา 70 คือจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ป้ายที่เขียนว่าไม่ใส่ผงชูรสทั้งที่ครัวยังใช้เครื่องปรุงที่ให้กลูตาเมตแบบเดียวกัน จึงเป็นข้อความที่ร้านต้องตอบให้ได้ว่าจริงหรือไม่ ไม่ใช่คำโฆษณาที่ติดไว้เฉย ๆ รายละเอียดของเส้นแบ่งว่าเขียนอะไรได้บ้างบนเมนูอยู่ในบทความ ลูกค้าไปตรวจเลือดแล้วไขมันสูง ร้านปรับเมนูรับกลุ่มนี้ได้แค่ไหน ซึ่งลงรายละเอียดมาตรา 40 และ 41 ไว้ครบ
แล้วควรตอบลูกค้าว่าอะไร
คำตอบที่ดีที่สุดคือคำตอบที่เป็นความจริงและจบใน 1 ประโยค โดยพูดถึงของที่อยู่ในครัว ไม่ใช่พูดถึงสุขภาพของลูกค้า
| สถานการณ์ | ตอบแบบนี้ |
|---|---|
| ร้านใส่ผงชูรส | "ใส่ครับ ถ้าไม่อยากให้ใส่ บอกได้เลย เดี๋ยวทำให้แยกจาน" |
| ร้านไม่ใส่ผงชูรส แต่ใช้ผงปรุงรส | "ไม่ได้ใส่ผงชูรสครับ แต่ใช้ผงปรุงรสอยู่ ถ้าไม่เอาทั้งสองอย่างบอกได้ครับ" |
| ร้านปรุงด้วยน้ำปลาซีอิ๊วล้วน | "ปรุงด้วยน้ำปลากับซีอิ๊วครับ ไม่ได้ใส่ผงชูรสและไม่ได้ใช้ผงปรุงรส" |
หัวใจคือแถวที่สอง ร้านที่ตอบแถวนี้ได้ตรง ๆ จะได้ความน่าเชื่อถือมากกว่าร้านที่ตอบว่าไม่ใส่แบบสั้น ๆ เพราะลูกค้าที่ถามคำถามนี้ส่วนใหญ่รู้อยู่แล้วว่าผงปรุงรสมีอยู่จริงในครัวร้านอาหาร และสิ่งที่เขาอยากรู้คือร้านจะพูดตรงไหม
และการเสนอทางเลือกให้ทำแยกจานสำคัญกว่าคำตอบ เพราะคนที่ถามส่วนใหญ่ไม่ได้จะเดินออกจากร้าน เขาแค่อยากรู้ว่าสั่งแบบไม่ใส่ได้ไหม
ห้าอย่างที่ลดโซเดียมได้จริงโดยลูกค้าไม่บ่นว่าจืด
หนึ่ง แยกน้ำจิ้มและน้ำราดออกมา เมนูที่โซเดียมกระจุกอยู่ในน้ำจิ้มคือกลุ่มที่ลดได้ง่ายที่สุด เพราะลูกค้าที่ชอบเค็มยังเติมได้เท่าเดิม ส่วนคนที่ไม่เติมก็ได้น้อยลงทันทีโดยที่ร้านไม่ต้องเปลี่ยนสูตร
สอง ลดทีละน้อยข้ามหลายสัปดาห์ ไม่ลดทีเดียว การรับรสเค็มปรับตัวตามสิ่งที่กินประจำ การลดเครื่องปรุงลงทีละนิดในแต่ละรอบสั่งของจึงถูกจับได้ยากกว่าการลดครั้งเดียวแล้วลูกค้าบ่นทั้งร้านในวันเดียว
สาม อย่าเริ่มจากเมนูขายดีที่สุด เริ่มจากเมนูอันดับกลาง ๆ ที่มีคนสั่งพอประมาณ ถ้าลดแล้วยอดไม่ตกค่อยขยับไปเมนูอื่น เมนูเรือธงของร้านคือของที่ลูกค้าจำรสได้แม่นที่สุด แตะทีหลังสุด
สี่ ดูเครื่องปรุงบนโต๊ะด้วย หลายร้านคุมในครัวอย่างดีแล้วปล่อยให้พริกน้ำปลาตั้งอยู่บนโต๊ะแบบไม่จำกัด ซึ่งเป็นโซเดียมที่ไม่ได้อยู่ในสูตรของร้านเลยแต่ลูกค้าได้รับจริง การเปลี่ยนจากขวดใหญ่เป็นถ้วยเล็กเปลี่ยนปริมาณที่คนเติมโดยที่ไม่มีใครรู้สึกว่าถูกจำกัด
ห้า ใช้รสอื่นทดแทนก่อนจะเพิ่มเค็ม เปรี้ยวจากมะนาว เผ็ดจากพริกสด หอมจากกระเทียมเจียวและสมุนไพร ช่วยให้จานมีมิติโดยไม่ต้องเพิ่มเครื่องปรุงเค็ม ข้อนี้ไม่มีต้นทุนเพิ่มเพราะเป็นของที่ร้านมีอยู่แล้ว
สรุปให้สั้นที่สุด
- FDA จัดผงชูรสเป็น GRAS และระบุว่าการทดสอบแบบให้ผงชูรสสลับกับยาหลอกไม่สามารถกระตุ้นอาการได้อย่างสม่ำเสมอ
- EFSA ปี 2560 ตั้ง group ADI ไว้ที่ 30 มก./กก.น้ำหนักตัว/วัน และตั้งข้อสังเกตว่าประชากรบางกลุ่มได้รับเกิน ⇒ ไม่ใช่ของอันตราย แต่ก็ไม่ใช่ของที่ใส่เท่าไหร่ก็ได้
- คนได้กลูตาเมตจากอาหารปกติ ประมาณ 13 กรัมต่อวัน เทียบกับจากผงชูรสที่เติม ประมาณ 0.55 กรัมต่อวัน
- ตัวที่ควรจับตาคือโซเดียม คนไทยได้รับเฉลี่ย 3,636 มก./วัน เทียบเพดาน WHO ที่ 2,000 มก./วัน = เกือบสองเท่า
- เกลือแกงมีโซเดียม ~39% ผงชูรส ~14% แต่ในครัวจริงร้านใส่เพิ่มจากกัน ไม่ได้ใส่แทนกัน
- 🚨 ป้ายไม่ใส่ผงชูรสต้องเป็นความจริงรวมถึงผงปรุงรสด้วย เพราะเครื่องปรุงกลุ่มนั้นมีกลูตาเมตอิสระอยู่แล้ว และถ้าข้อความทำให้ลูกค้าหลงเชื่อโดยไม่สมควรจะเข้ามาตรา 40 ของพระราชบัญญัติอาหาร โทษตามมาตรา 70 คือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ เขียนสำหรับเจ้าของร้านอาหารเพื่อใช้ตอบคำถามหน้าร้านและตัดสินใจเรื่องเครื่องปรุง ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ต้องจำกัดโซเดียมควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
การจะรู้ว่าลดเครื่องปรุงในเมนูไหนแล้วยอดตกหรือไม่ตก ต้องเทียบยอดขายรายเมนูก่อนและหลัง ซึ่งเป็นตัวเลขที่ระบบขายหน้าร้านเก็บให้อยู่แล้วทุกบิล Ginzii เป็นระบบขายหน้าร้านสำหรับร้านอาหารไทยที่เริ่มใช้ฟรีได้ และมีรายงานยอดขายรายเมนูในแผนแบบเสียเงิน
รู้ต้นทุนต่อจานก่อน ค่อยตัดสินเรื่องอื่น
กรอกวัตถุดิบกับราคาที่ซื้อจริง รู้ต้นทุนต่อจานและช่วงราคาขายที่ควรตั้งทันที คำนวณในเครื่องคุณล้วน ๆ ไม่ต้องสมัคร และข้อมูลที่กรอกไม่ถูกส่งออกไปไหน
คำนวณต้นทุนต่อจานฟรีหรือให้ระบบคิดให้ทุกจานอัตโนมัติ — เริ่มใช้ Ginzii ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
บทความนี้มีประโยชน์ ส่งต่อให้เพื่อนที่ทำร้านได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
- ผงชูรสอันตรายไหม สรุปสั้น ๆ
- หน่วยงานอาหารของสหรัฐจัดว่าการเติมผงชูรสลงในอาหารอยู่ในสถานะที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าปลอดภัยหรือ GRAS และระบุว่าในการศึกษาที่ให้ผงชูรสสลับกับยาหลอกกับคนที่บอกว่าตัวเองไวต่อผงชูรส นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถกระตุ้นอาการได้อย่างสม่ำเสมอ ส่วนหน่วยงานความปลอดภัยอาหารยุโรปทบทวนใหม่ในปี 2560 แล้วกำหนดค่าที่รับได้ต่อวันไว้ที่ 30 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมต่อวัน และตั้งข้อสังเกตว่าประชากรบางกลุ่มได้รับเกินค่านั้น สองข้อนี้ไม่ได้ขัดกัน มันแปลว่าไม่ใช่ของอันตรายในระดับที่ใช้กันปกติ แต่ก็ไม่ใช่ของที่ใส่เท่าไหร่ก็ได้
- ผงชูรสกับเกลือ อันไหนมีโซเดียมมากกว่ากัน
- เกลือแกงมีมากกว่าเกือบสามเท่าเมื่อเทียบต่อน้ำหนักเท่ากัน คำนวณจากมวลโมเลกุลได้ว่าเกลือแกงหรือโซเดียมคลอไรด์มีโซเดียมประมาณร้อยละ 39 ของน้ำหนัก ส่วนผงชูรสหรือโมโนโซเดียมกลูตาเมตมีโซเดียมประมาณร้อยละ 14 แต่ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าใส่ผงชูรสแทนเกลือแล้วจะดีขึ้นเสมอไป เพราะร้านส่วนใหญ่ไม่ได้ใส่แทนกัน แต่ใส่เพิ่มจากกัน
- คนไทยกินโซเดียมเกินแค่ไหน
- งานสำรวจระดับประเทศที่เก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงซึ่งเป็นวิธีมาตรฐาน พบว่าคนไทยได้รับโซเดียมเฉลี่ยวันละ 3,636 มิลลิกรัม เทียบกับที่องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าผู้ใหญ่ควรได้ไม่เกินวันละ 2,000 มิลลิกรัม หรือเกลือไม่เกิน 5 กรัม เท่ากับว่าคนไทยได้รับเกือบสองเท่าของเกณฑ์ ภาคใต้สูงที่สุดที่ 4,108 มิลลิกรัมต่อวัน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่ำที่สุดที่ 3,316 มิลลิกรัมต่อวัน
- ร้านเลิกใส่ผงชูรสแล้วหันไปใช้ผงปรุงรสแทน ถือว่าไม่ใส่ผงชูรสไหม
- ต้องระวังมาก เพราะเครื่องปรุงกลุ่มผงปรุงรส ซุปก้อน โปรตีนพืชไฮโดรไลซ์ และสารสกัดจากยีสต์ มีกลูตาเมตอิสระอยู่ตามธรรมชาติของกระบวนการผลิต ซึ่งหน่วยงานอาหารสหรัฐระบุไว้เองว่ากลูตาเมตอิสระในวัตถุดิบเหล่านี้เกิดร่วมกับโซเดียม การเปลี่ยนไปใช้ของกลุ่มนี้จึงไม่ได้แปลว่าอาหารไม่มีกลูตาเมตแล้ว และหลายกรณีโซเดียมรวมสูงขึ้นด้วย ถ้าร้านติดป้ายว่าไม่ใส่ผงชูรสทั้งที่ใช้ของกลุ่มนี้ ความเสี่ยงคือข้อความนั้นกลายเป็นการโฆษณาที่ทำให้ลูกค้าหลงเชื่อโดยไม่สมควร
- อยากลดเค็มแต่กลัวลูกค้าบ่นว่าจืด ทำยังไง
- อย่าลดพร้อมกันทั้งร้านและอย่าลดทีเดียวเยอะ ทางที่ร้านทำได้คือเลือกเมนูที่โซเดียมมาจากน้ำจิ้มหรือน้ำราดแล้วแยกออกมาให้ลูกค้าเติมเอง ลดปริมาณเครื่องปรุงบนโต๊ะ และค่อย ๆ ลดปริมาณในสูตรทีละน้อยข้ามหลายสัปดาห์ เพราะการรับรสเค็มปรับตัวตามสิ่งที่กินประจำ การลดแบบค่อยเป็นค่อยไปจึงถูกจับได้ยากกว่าการลดทีเดียว
- ควรเขียนอะไรบนเมนูได้บ้างเรื่องนี้
- เขียนสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงของอาหารที่ร้านยืนยันได้เอง เช่น ปรุงรสด้วยน้ำปลาและซีอิ๊วเท่านั้น หรือ ไม่เติมผงชูรสในจานนี้ แต่ต้องเป็นความจริงและต้องรวมถึงเครื่องปรุงสำเร็จรูปที่มีกลูตาเมตด้วย ส่วนข้อความที่บอกว่ากินแล้วจะดีต่อสุขภาพอย่างไรเป็นการกล่าวอ้างสรรพคุณ ซึ่งพระราชบัญญัติอาหารกำหนดให้ต้องผ่านการตรวจพิจารณาก่อน