น้ำแข็งในร้านอาหาร กฎหมายฉบับใหม่ปี 2568 เปลี่ยนอะไร และถังหน้าร้านคือจุดที่ถูกมองข้าม
น้ำแข็งเป็นของที่ร้านซื้อมาแล้ววางไว้เฉย ๆ ทั้งที่กฎหมายจัดให้เป็นอาหารที่กำหนดมาตรฐาน และเพิ่งมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับใหม่ที่ยกเลิกของเดิมทั้งสี่ฉบับ บทความนี้สรุปว่าประกาศฉบับที่ 463 พ.ศ. 2568 เขียนอะไรไว้บ้าง ช่วงผ่อนผันหนึ่งปีที่กำลังจะหมด ข้อกำหนดสี่ข้อเรื่องน้ำแข็งในกฎกระทรวงสุขลักษณะสถานที่จำหน่ายอาหาร ตัวเลขจากงานวิจัยไทยที่สุ่มตรวจน้ำแข็งบริโภคแล้วพบว่าเกินเกณฑ์ถึงร้อยละ 78 และเช็คลิสต์ที่ร้านทำได้เองในหนึ่งกะ

น้ำแข็งเป็นวัตถุดิบที่แปลกที่สุดในร้านอาหาร เพราะมันเป็นของที่ลูกค้ากินเข้าไปจริง ๆ ทุกแก้ว แต่เป็นของชิ้นเดียวที่ร้านส่วนใหญ่ไม่เคยตรวจอะไรเลย ซื้อจากเจ้าประจำ เทลงถัง แล้วก็ตักใช้ทั้งวัน
ในทางกฎหมายมันไม่ใช่ของทั่วไป ประกาศกระทรวงสาธารณสุขจัดให้น้ำแข็งเป็น อาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน และเมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา มีประกาศฉบับใหม่ออกมาแทนของเดิมทั้งชุด ซึ่งเป็นเรื่องที่แทบไม่มีใครในวงการร้านอาหารพูดถึง
บทความนี้สรุปสามชั้น ชั้นแรกคือกฎใหม่ที่เพิ่งบังคับใช้ ชั้นที่สองคือสิ่งที่กฎกระทรวงกำหนดให้ร้านต้องทำอยู่แล้ว และชั้นที่สามคือของจริงที่วัดได้จากงานวิจัยว่าน้ำแข็งที่ขายกันอยู่สะอาดแค่ไหน
กฎใหม่ที่เพิ่งบังคับใช้ และช่วงผ่อนผันที่กำลังจะหมด
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 463) พ.ศ. 2568 เรื่อง น้ำแข็ง ลงราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 386 ง วันที่ 11 ธันวาคม 2568 และข้อ 1 ระบุให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ คือ 12 ธันวาคม 2568
สิ่งแรกที่ต้องรู้คือมันยกเลิกของเดิมทั้งหมด ได้แก่ ประกาศฉบับที่ 78 (พ.ศ. 2527) ฉบับที่ 137 (พ.ศ. 2534) ฉบับที่ 254 (พ.ศ. 2545) และฉบับที่ 285 (พ.ศ. 2547) แปลว่าเอกสารหรือบทความไหนที่ยังอ้างฉบับ 78 ปี 2527 อยู่ ตอนนี้อ้างของที่ถูกยกเลิกไปแล้ว
สาระที่กระทบร้านมีสามข้อ
ข้อแรก คุณภาพของน้ำและน้ำแข็ง ข้อ 4 เขียนไว้ว่า
"น้ำที่ใช้ในการผลิตน้ำแข็ง และน้ำแข็งเพื่อจำหน่ายซึ่งมุ่งหมายสำหรับใช้รับประทาน ต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐานเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท และไม่มีวัตถุแปลกปลอมปนเปื้อนอยู่ในน้ำแข็งนั้น"
— ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 463) พ.ศ. 2568 เรื่อง น้ำแข็ง
ข้อที่สอง ภาชนะขนส่งและภาชนะบรรจุ ข้อ 6 กำหนดว่าภาชนะต้อง
"(๑) เป็นวัสดุที่มีลักษณะที่ง่ายต่อการทำความสะอาด และมีลักษณะปกปิด ที่ป้องกันมิให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดจากภายนอกปนเปื้อนน้ำแข็งได้
(๒) ไม่เคยใช้บรรจุผลิตภัณฑ์อื่นนอกจากน้ำแข็ง และไม่มีรูปรอยประดิษฐ์ หรือข้อความใดที่แสดงว่าเป็นภาชนะที่ใช้บรรจุสิ่งของอื่น"
และวรรคท้ายเขียนไว้ด้วยว่า ในกรณีที่ใช้ยานพาหนะในลักษณะเป็นภาชนะ ยานพาหนะนั้นก็ต้องเป็นไปตามสองข้อนี้เช่นกัน ซึ่งพูดถึงรถขนน้ำแข็งโดยตรง
ข้อที่สาม ฉลาก ข้อ 7 กำหนดให้น้ำแข็งในภาชนะบรรจุที่ไม่ใช่เพื่อการขนส่ง ซึ่งมุ่งหมายสำหรับใช้รับประทาน ต้องแสดงข้อความว่า "น้ำแข็งใช้รับประทาน"
และสิ่งที่มีวันหมดอายุคือข้อ 8 ซึ่งเขียนว่าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ได้รับอนุญาตอยู่ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้ยังคงจำหน่ายต่อไปได้ แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ นับจากวันบังคับใช้ 12 ธันวาคม 2568 ช่วงผ่อนผันจึงสิ้นสุดราวเดือนธันวาคม 2569 ซึ่งเหลืออีกไม่กี่เดือนจากวันที่บทความนี้เผยแพร่
สำหรับร้านอาหารซึ่งเป็นผู้ซื้อ ไม่ใช่ผู้ผลิต ความหมายคือ ซัพพลายเออร์ของเราจะต้องปรับตัวภายในกรอบเวลานี้ และร้านสามารถใช้สามข้อข้างบนเป็นเกณฑ์ดูของตอนรับได้เลย
สี่ข้อที่กฎกระทรวงกำหนดให้ร้านทำ และร้านมักทำผิดข้อสุดท้าย
กฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 ข้อ 14 เขียนเรื่องน้ำแข็งไว้ครบสี่ข้อ
"(๑) ใช้น้ำแข็งที่สะอาดและมีคุณภาพมาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร
(๒) เก็บในภาชนะที่สะอาด สภาพดี มีฝาปิด และวางสูงจากพื้นไม่น้อยกว่าสิบห้าเซนติเมตร ปากขอบภาชนะสูงจากพื้นไม่น้อยกว่าหกสิบเซนติเมตร ไม่วางในบริเวณที่อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อน และต้องไม่ระบายน้ำจากถังน้ำแข็งลงสู่พื้นบริเวณที่วางภาชนะ
(๓) ใช้อุปกรณ์สำหรับคีบหรือตักน้ำแข็งโดยเฉพาะ โดยอุปกรณ์ต้องสะอาดและมีด้ามจับ
(๔) ห้ามนำอาหารหรือสิ่งของอื่นไปแช่รวมกับน้ำแข็งสำหรับบริโภค"
— กฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 · ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 42 ก
ข้อที่ร้านทำผิดบ่อยที่สุดคือข้อ (4) เพราะการเอาขวดน้ำ ขวดเบียร์ หรือกระป๋องไปแช่ในถังน้ำแข็งใบเดียวกับที่ตักใส่แก้วลูกค้า เป็นภาพที่เห็นได้ทั่วไปและดูไม่มีอะไรผิด แต่ผิวขวดเหล่านั้นผ่านลังขนส่ง ผ่านพื้น และผ่านมือคนมาแล้วหลายมือ
มาตรฐานสากลเขียนเรื่องนี้ไว้ตรงกัน Food Code ของสหรัฐมีหัวข้อเฉพาะชื่อว่า Ice Used as Exterior Coolant, Prohibited as Ingredient ซึ่งเขียนว่า
"After use as a medium for cooling the exterior surfaces of FOOD such as melons or FISH, PACKAGED FOODS such as canned BEVERAGES, or cooling coils and tubes of EQUIPMENT, ice may not be used as FOOD."
— FDA Food Code 2022 ข้อ 3-303.11
ส่วนเรื่องที่ตัก Food Code ข้อ 3-304.12 กำหนดว่าอุปกรณ์ที่ใช้ระหว่างเตรียมหรือตักอาหาร ระหว่างพักการใช้งานต้องเก็บโดยให้ด้ามจับอยู่เหนือผิวของอาหารและเหนือขอบภาชนะ ซึ่งตรงกับที่กฎกระทรวงของไทยกำหนดว่าอุปกรณ์ต้องมีด้ามจับ เพียงแต่ฉบับสหรัฐระบุตำแหน่งของด้ามไว้ด้วย
⚠️ ต้องพูดให้ตรงว่า Food Code เป็นเกณฑ์ของสหรัฐ ไม่ใช่กฎหมายไทย เรายกมาเพราะมันอธิบายเหตุผลของข้อกำหนดไทยได้ชัดกว่า ไม่ใช่เพราะร้านไทยต้องทำตาม
ตัวเลขจากของจริง น้ำแข็งที่ขายกันสะอาดแค่ไหน
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารความปลอดภัยและสุขภาพ ปี 2564 เก็บตัวอย่างน้ำแข็งบริโภคที่จำหน่ายรอบมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 41 ตัวอย่าง ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2563 แล้วตรวจหาเชื้อ ผลคือ
"ตัวอย่างน้ำแข็งบริโภคทั้งหมด 41 ตัวอย่าง พบเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรียมากกว่าหรือเท่ากับ 2.2 MPN/100 มิลลิลิตร จำนวน 31 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 75.61 (31/41) พบเชื้อ E. coli จำนวน 28 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 68.29 (28/41) ทั้งนี้ไม่พบเชื้อ S. aureus ในทุกตัวอย่าง"
— การตรวจหาการปนเปื้อนเชื้อจุลชีพในน้ำแข็งบริโภคที่จำหน่ายรอบมหาวิทยาลัยนเรศวร · วารสารความปลอดภัยและสุขภาพ ปีที่ 14 ฉบับที่ 2 (2564)
รวมแล้วเกินเกณฑ์มาตรฐานด้านจุลินทรีย์ 32 ใน 41 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 78.05
ข้อจำกัดที่ต้องอ่านคู่กันเสมอ งานนี้เก็บตัวอย่างในพื้นที่เดียวคือรอบมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในช่วงสามเดือนของปี 2563 จำนวน 41 ตัวอย่าง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของประเทศ และไม่ได้บอกว่าน้ำแข็งของร้านคุณเป็นแบบนั้น สิ่งที่ตัวเลขนี้บอกได้คือการปนเปื้อนของน้ำแข็งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงและไม่ใช่กรณีหายาก
สิ่งที่งานนี้ไม่ได้แยกให้ และเป็นคำถามที่สำคัญที่สุดสำหรับร้าน คือการปนเปื้อนเกิดที่โรงงาน ระหว่างขนส่ง หรือหลังจากน้ำแข็งมาถึงร้านแล้ว เพราะสองอย่างแรกร้านคุมได้แค่ผ่านการเลือกซัพพลายเออร์ แต่อย่างที่สามคือของที่ร้านคุมได้เต็มร้อย
เจ็ดอย่างที่ร้านทำได้ในหนึ่งกะ
- แยกถังให้ชัดเป็นสองใบ ใบหนึ่งสำหรับน้ำแข็งที่ตักใส่แก้ว อีกใบสำหรับแช่ขวดและกระป๋อง ติดป้ายหรือใช้ถังคนละสีไปเลยเพื่อไม่ให้พนักงานกะดึกสับสน
- ที่ตักต้องมีอันเดียวและมีที่วางของมัน วางบนขาตั้งหรือถาดข้างถัง ไม่ใช่ฝังลงไปในน้ำแข็ง และห้ามใช้แก้วตัก
- ถังต้องมีฝาและปิดจริง ฝาที่วางพาดไว้ครึ่งใบไม่นับ เพราะจุดที่ปนเปื้อนคือช่วงเปิดค้าง
- ยกถังให้พ้นพื้น กฎกระทรวงกำหนดว่าปากขอบภาชนะต้องสูงจากพื้นไม่น้อยกว่าหกสิบเซนติเมตร ซึ่งเป็นระดับเดียวกับเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร
- น้ำละลายต้องมีทางไป ห้ามระบายลงพื้นตรงบริเวณที่วางภาชนะ เพราะจะกลายเป็นแอ่งที่กระเด็นกลับขึ้นมา
- ตรวจของตอนรับ ดูว่าถุงปิดสนิทไหม มีข้อความว่าน้ำแข็งใช้รับประทานไหม รถขนปิดมิดชิดไหม สามข้อนี้ตรงกับที่ประกาศฉบับใหม่กำหนดพอดี
- ล้างถังทุกวัน ไม่ใช่เติมทับ การเทน้ำแข็งใหม่ลงบนน้ำแข็งเก่าที่ละลายไปครึ่งถัง คือการเก็บสิ่งที่สะสมมาทั้งวันไว้ต่อ
สรุปให้สั้นที่สุด
น้ำแข็งเป็นอาหารตามกฎหมาย และเพิ่งมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับใหม่คือฉบับที่ 463 พ.ศ. 2568 ที่ยกเลิกของเดิมทั้งสี่ฉบับ บังคับใช้ตั้งแต่ 12 ธันวาคม 2568 พร้อมช่วงผ่อนผันหนึ่งปีสำหรับผู้ที่ได้รับอนุญาตอยู่ก่อน ซึ่งกำลังจะหมดในเดือนธันวาคมปีนี้
สำหรับร้านซึ่งเป็นผู้ซื้อ เกณฑ์ที่ใช้ดูของตอนรับมีสามข้อ คือภาชนะต้องปกปิดและไม่เคยใช้ใส่ของอื่น ฉลากต้องบอกว่าเป็นน้ำแข็งใช้รับประทาน และรถขนต้องมิดชิด
ส่วนในร้าน ข้อที่ผิดกันบ่อยที่สุดคือการเอาขวดไปแช่รวมกับน้ำแข็งที่ตักใส่แก้ว ซึ่งกฎกระทรวงห้ามไว้ตรง ๆ และแก้ได้ด้วยถังใบที่สอง ซึ่งเป็นการลงทุนที่ถูกที่สุดในบรรดาเรื่องความปลอดภัยอาหารทั้งหมดที่ร้านต้องจัดการ
เรื่องแบบนี้ตรวจง่ายเมื่อมีเช็คลิสต์ประจำกะ แต่จะรู้ว่าต้นทุนเครื่องดื่มต่อแก้วเปลี่ยนไปแค่ไหนเมื่อเปลี่ยนเจ้าน้ำแข็ง ต้องมีตัวเลขยอดขายรายเมนู Ginzii เป็นระบบขายหน้าร้านสำหรับร้านอาหารไทยที่เก็บข้อมูลตรงนี้ให้ตั้งแต่บิลแรก มีแพ็กเกจฟรีให้เริ่มได้โดยไม่ต้องจ่าย
รู้ต้นทุนต่อจานก่อน ค่อยตัดสินเรื่องอื่น
กรอกวัตถุดิบกับราคาที่ซื้อจริง รู้ต้นทุนต่อจานและช่วงราคาขายที่ควรตั้งทันที คำนวณในเครื่องคุณล้วน ๆ ไม่ต้องสมัคร และข้อมูลที่กรอกไม่ถูกส่งออกไปไหน
คำนวณต้นทุนต่อจานฟรีหรือให้ระบบคิดให้ทุกจานอัตโนมัติ — เริ่มใช้ Ginzii ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
บทความนี้มีประโยชน์ ส่งต่อให้เพื่อนที่ทำร้านได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
- เอาขวดน้ำหรือขวดเบียร์ไปแช่ในถังน้ำแข็งที่ตักใส่แก้วลูกค้าได้ไหม
- ไม่ได้ กฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 ข้อ 14 (4) เขียนไว้ตรง ๆ ว่าห้ามนำอาหารหรือสิ่งของอื่นไปแช่รวมกับน้ำแข็งสำหรับบริโภค เหตุผลคือผิวขวดที่ผ่านมือคนและกล่องขนส่งมาจะปนเปื้อนลงไปในน้ำแข็งที่จะเข้าปากลูกค้า มาตรฐานสากลอย่าง Food Code ของสหรัฐก็เขียนชัดว่าน้ำแข็งที่ใช้หล่อเย็นผิวนอกของอาหารหรือของบรรจุกระป๋องมาแล้ว จะนำมาใช้เป็นอาหารไม่ได้ ทางแก้ที่ถูกคือแยกถังสองใบให้ชัดตั้งแต่ต้นกะ
- ประกาศน้ำแข็งฉบับใหม่ปี 2568 เปลี่ยนอะไรที่ร้านต้องรู้
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 463 พ.ศ. 2568 เรื่อง น้ำแข็ง ยกเลิกประกาศเดิมทั้งสี่ฉบับที่ใช้กันมาตั้งแต่ปี 2527 และให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 สาระที่กระทบร้านมากที่สุดมีสามข้อ คือภาชนะที่ใช้ขนส่งและบรรจุน้ำแข็งต้องไม่เคยใช้บรรจุอย่างอื่นและต้องปกปิดกันสิ่งแปลกปลอมได้ ฉลากของน้ำแข็งในภาชนะบรรจุที่ไม่ใช่เพื่อการขนส่งต้องแสดงข้อความว่าน้ำแข็งใช้รับประทาน และผู้ที่ได้รับอนุญาตอยู่ก่อนมีเวลาผ่อนผันหนึ่งปีนับจากวันบังคับใช้
- ร้านซื้อน้ำแข็งจากเจ้าประจำ ต้องดูอะไรบ้าง
- ดูสามอย่างที่ตรวจได้ด้วยตาตอนรับของ หนึ่งคือถุงหรือภาชนะที่บรรจุมาต้องปิดสนิทและไม่ใช่ถุงหรือถังที่เคยใช้ใส่ของอย่างอื่น สองคือมีข้อความบนภาชนะที่บอกว่าเป็นน้ำแข็งใช้รับประทาน สามคือรถหรือภาชนะขนส่งต้องปิดมิดชิด ไม่ใช่กระบะเปิดที่ลากถุงน้ำแข็งมาบนพื้น ถ้าเจ้าประจำทำสามข้อนี้ไม่ได้ ให้ถือเป็นสัญญาณว่าต้นทางอาจมีปัญหาที่เรามองไม่เห็น
- งานวิจัยที่บอกว่าน้ำแข็งเกินเกณฑ์ 78 เปอร์เซ็นต์ เชื่อได้แค่ไหน
- เชื่อได้ในขอบเขตของมัน งานนี้เก็บตัวอย่างน้ำแข็งบริโภค 41 ตัวอย่างที่จำหน่ายรอบมหาวิทยาลัยนเรศวรระหว่างเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2563 พบว่าเกินเกณฑ์จุลินทรีย์ 32 ใน 41 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 78.05 ตัวเลขนี้เป็นภาพของพื้นที่หนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ แต่ก็มากพอที่จะบอกว่าการปนเปื้อนของน้ำแข็งไม่ใช่เรื่องหายาก และจุดที่ร้านควบคุมได้คือช่วงหลังจากน้ำแข็งถึงร้านแล้ว
- ที่ตักน้ำแข็งควรเก็บยังไง
- เก็บโดยให้ด้ามจับอยู่เหนือผิวน้ำแข็งเสมอ หรือเก็บไว้นอกถังในภาชนะที่สะอาด ห้ามฝังทั้งอันลงไปในน้ำแข็ง เพราะด้ามที่ผ่านมือคนจะจมอยู่ในของที่จะเข้าปากลูกค้า กฎกระทรวงของไทยกำหนดให้ใช้อุปกรณ์สำหรับคีบหรือตักน้ำแข็งโดยเฉพาะและอุปกรณ์ต้องสะอาดและมีด้ามจับ ส่วน Food Code ของสหรัฐเขียนละเอียดกว่าคือระบุตำแหน่งของด้ามจับไว้ด้วย
- ใช้แก้วตักน้ำแข็งแทนที่ตักได้ไหม
- ไม่ควร เพราะแก้วที่จุ่มลงไปคือแก้วที่ผ่านมือและอาจบิ่นจนเศษแก้วตกลงในถัง กฎกระทรวงเขียนไว้ว่าให้ใช้อุปกรณ์สำหรับคีบหรือตักน้ำแข็งโดยเฉพาะ ซึ่งแปลว่าอุปกรณ์นั้นต้องมีไว้เพื่อการนี้อย่างเดียว การใช้แก้วตักจึงไม่เข้าเกณฑ์ และเป็นความเสี่ยงเรื่องเศษแก้วซึ่งเป็นอันตรายทางกายภาพที่ร้ายแรงกว่าเรื่องเชื้อ