ภาษีป้ายร้านอาหาร ป้ายแบบไหนต้องเสีย คิดเงินยังไง
ป้ายชื่อร้านต้องเสียภาษีป้ายทุกปี และเป็นหน้าที่เจ้าของป้ายยื่นเองภายในมีนาคม สรุปอัตราตามกฎกระทรวง 2563 ป้ายที่ได้รับยกเว้น วิธีคำนวณพื้นที่ ขั้นต่ำ 200 บาท และเงินเพิ่มถ้าลืมยื่น

ร้านอาหารส่วนใหญ่จำภาษีได้อยู่ไม่กี่ตัว — ภาษีเงินได้ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องของกรมสรรพากร
แต่มีภาษีอีกตัวที่ ไม่ได้อยู่กับสรรพากร และเกือบทุกร้านเข้าข่าย นั่นคือ ภาษีป้าย — ภาษีท้องถิ่นที่เก็บโดยสำนักงานเขต เทศบาล หรือ อบต. ในพื้นที่ที่ป้ายของคุณตั้งอยู่
จุดที่ทำให้คนพลาดคือลำดับของขั้นตอน กฎหมายให้ เจ้าของป้ายเป็นฝ่ายยื่นแบบเข้าไปก่อน แล้วเจ้าหน้าที่ถึงจะประเมินและแจ้งยอดกลับมา ไม่ใช่รอใบแจ้งหนี้มาถึงร้านแล้วค่อยจ่ายแบบภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ร้านที่เปิดมาหลายปีโดยไม่เคยได้รับหนังสือจากเขตจึงไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเสีย
บทความนี้สรุปให้ครบว่า ป้ายแบบไหนเข้าข่าย ป้ายแบบไหนได้รับยกเว้น คิดเงินยังไง ยื่นที่ไหน และถ้าลืมยื่นจะเจออะไร
ข้อมูลตรวจสอบเดือนกรกฎาคม 2569 อ้างอิงพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534) และกฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีป้าย พ.ศ. 2563 การจัดประเภทป้ายในทางปฏิบัติเป็นดุลพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ตัวเลขในบทความใช้เพื่อให้เห็นวิธีคิด ควรยืนยันกับหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ของคุณอีกครั้ง หากคุณเพิ่งเปิดร้านและอยากเห็นภาพรวมเอกสารทั้งหมด อ่าน เปิดร้านอาหารต้องจดทะเบียนและขอใบอนุญาตอะไรบ้าง ประกอบ
ป้ายแบบไหนเรียกว่า "ป้าย" ในสายตากฎหมาย
หลายคนคิดว่าภาษีป้ายเก็บเฉพาะป้ายกล่องไฟใหญ่ ๆ หน้าร้าน ซึ่งแคบกว่าตัวกฎหมายมาก
มาตรา 6 นิยามคำว่าป้ายไว้ว่า ป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้าหรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้ หรือโฆษณาการค้าหรือกิจการอื่นเพื่อหารายได้ ไม่ว่าจะได้แสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใด ๆ ด้วยอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึกหรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น
คำว่า "ที่วัตถุใด ๆ" คือหัวใจ เพราะมันทำให้สิ่งเหล่านี้เข้าข่ายเหมือนกันหมด
- ป้ายกล่องไฟ ป้ายอะคริลิก ป้ายตัวอักษรโลหะ
- ป้ายไวนิล ที่ขึงหน้าร้านหรือแขวนริมถนน
- สติกเกอร์ติดกระจก ที่เป็นชื่อร้านหรือโลโก้
- ธงญี่ปุ่น ที่ปักหน้าร้าน ถ้ามีชื่อร้านหรือเครื่องหมายการค้า
- ป้ายไฟวิ่ง LED และจอที่เปลี่ยนข้อความได้
สิ่งที่ทำให้ ไม่ เข้าข่ายคือเนื้อหาบนป้าย ไม่ใช่วัสดุ — ป้ายที่เขียนแค่ "เปิด" "ปิด" "ห้องน้ำ" "ที่จอดรถ" โดยไม่มีชื่อร้าน ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายการค้า ไม่ใช่ป้ายตามนิยามนี้
ป้ายที่ได้รับยกเว้น — ข้อที่ร้านอาหารใช้ได้จริง
มาตรา 8 ระบุป้ายที่เจ้าของไม่ต้องเสียภาษีไว้ 13 ข้อ ข้อที่เกี่ยวกับร้านอาหารโดยตรงมีอยู่ไม่กี่ข้อ แต่ใช้ประโยชน์ได้จริง
| ป้ายที่ได้รับยกเว้น | ที่มา | ตัวอย่างในร้านอาหาร |
|---|---|---|
| ป้ายที่แสดงไว้ภายในอาคารที่ใช้ประกอบการค้า แต่ละป้ายไม่เกิน 3 ตารางเมตร | มาตรา 8 (5) + กฎกระทรวง ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2542 | ป้ายเมนูบนผนังในร้าน ป้ายโปรโมชันในร้าน |
| ป้ายที่แสดงไว้ที่สินค้า หรือที่สิ่งหุ้มห่อหรือบรรจุสินค้า | มาตรา 8 (2) | โลโก้บนกล่องข้าว ถ้วยกาแฟ ถุงใส่อาหาร |
| ป้ายที่แสดงไว้ในบริเวณงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว | มาตรา 8 (3) | ป้ายหน้าบูธตอนออกงานอาหารหรืองานวัด |
| ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่รถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ รถบดถนน หรือรถแทรกเตอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และที่ล้อเลื่อนตามกฎหมายว่าด้วยล้อเลื่อน | มาตรา 8 (13) + กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 | สติกเกอร์ชื่อร้านบนมอเตอร์ไซค์ส่งอาหาร |
| ป้ายของผู้ประกอบการเกษตรซึ่งค้าผลผลิตอันเกิดจากการเกษตรของตน | มาตรา 8 (10) | แผงขายผลผลิตของสวนตัวเอง |
ข้อยกเว้น "ป้ายในอาคาร ไม่เกิน 3 ตารางเมตร" เป็นข้อที่ร้านได้ประโยชน์มากที่สุด แต่มีเงื่อนไข 2 ชั้นที่ต้องอ่านให้ครบ
- ต้องอยู่ภายในอาคารจริง ๆ ป้ายที่ติดผนังด้านนอก แขวนหน้าร้าน หรือหันออกสู่ถนน ไม่เข้าข้อนี้ แม้จะเป็นป้ายเมนูก็ตาม
- วัดเป็นรายป้าย ไม่ใช่ยอดรวม ป้ายเมนู 5 แผ่น แผ่นละ 1 ตารางเมตร ยังได้รับยกเว้นทุกแผ่น เพราะแต่ละป้ายไม่เกิน 3 ตารางเมตร
และมาตรา 8 (5) มีวรรคท้ายกำกับไว้ว่า ไม่รวมถึงป้ายตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ — ป้ายชื่อที่ผู้จดทะเบียนพาณิชย์มีหน้าที่ต้องแสดง จึงไม่ได้เข้าข้อยกเว้นนี้โดยอัตโนมัติเพียงเพราะอยู่ในอาคาร จุดนี้ควรถามเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้ชัดถ้าร้านของคุณจดทะเบียนพาณิชย์ไว้
อัตราภาษีป้ายปัจจุบัน
อัตราที่ใช้อยู่ตอนนี้มาจาก กฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีป้าย พ.ศ. 2563 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนที่ 98 ก หน้า 18 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2563 และยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2535) ที่ใช้มาก่อนหน้า
ข้อ 3 ของกฎกระทรวงเขียนไว้ว่าอัตรานี้ใช้บังคับสำหรับป้ายที่ต้องเสียภาษีป้าย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป โดยไม่ได้กำหนดวันสิ้นสุด อัตราชุดนี้จึงยังเป็นอัตราที่ใช้ในปี 2569

| ประเภทป้าย | ป้ายที่ข้อความ เครื่องหมาย หรือภาพ เคลื่อนที่หรือเปลี่ยนได้ | ป้ายคงที่ (นอกจากแบบเคลื่อนที่) |
|---|---|---|
| (1) ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน | 10 บาท | 5 บาท |
| (2) ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศ และ/หรือปนกับภาพ และ/หรือเครื่องหมายอื่น | 52 บาท | 26 บาท |
| (3) ป้ายที่ไม่มีอักษรไทย ไม่ว่าจะมีภาพหรือเครื่องหมายใด ๆ หรือไม่ และป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ | 52 บาท | 50 บาท |
(หน่วย: บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร)
สังเกตประเภท (2) ให้ดี — คำว่า "ปนกับภาพ และ/หรือเครื่องหมายอื่น" แปลว่า ป้ายภาษาไทยล้วนที่มีโลโก้หรือรูปอาหารอยู่ด้วย ก็ขยับจาก 5 บาทไปเป็น 26 บาททันที ป้ายที่จะได้อัตรา 5 บาทคือป้ายที่มีแต่อักษรไทยจริง ๆ เท่านั้น
และประเภท (3) ครอบคลุมสองกรณีที่ต่างกัน คือป้ายที่ไม่มีอักษรไทยเลย และ ป้ายที่มีอักษรไทยแต่วางไว้ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ ซึ่งเป็นเลย์เอาต์ยอดนิยมของคาเฟ่และร้านสมัยใหม่ที่ขึ้นชื่ออังกฤษตัวใหญ่ แล้วใส่ชื่อไทยตัวเล็กไว้ข้างล่าง
คิดเงินยังไง — ตัวอย่างป้ายหน้าร้านขนาดจริง
บัญชีอัตราภาษีป้าย (6) ท้ายพระราชบัญญัติ กำหนดวิธีวัดพื้นที่ไว้ 2 กรณี
- ป้ายที่มีขอบเขตกำหนดได้ ให้เอาส่วนกว้างที่สุดคูณด้วยส่วนยาวที่สุดของขอบเขตป้าย เป็นตารางเซนติเมตร
- ป้ายที่ไม่มีขอบเขตกำหนดได้ เช่น ตัวอักษรโลหะติดผนังเปล่า ให้ถือตัวอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่อยู่ริมสุดเป็นขอบเขต แล้วคำนวณแบบเดียวกัน
จากนั้น บัญชีอัตราภาษีป้าย (7) กำหนดกติกาปิดท้ายอีก 2 ข้อ
- เศษ: ถ้ามีเศษเกินกึ่งหนึ่งของ 500 ตารางเซนติเมตร ให้นับเป็น 500 ตารางเซนติเมตร ถ้าไม่เกินกึ่งหนึ่งให้ปัดทิ้ง
- ขั้นต่ำ: ถ้าคำนวณแล้วต้องเสียภาษีต่ำกว่าป้ายละ 200 บาท ให้เสียภาษีป้ายละ 200 บาท
ลองคิดกับป้ายจริงขนาด กว้าง 240 เซนติเมตร สูง 80 เซนติเมตร
พื้นที่ป้าย = 240 × 80 = 19,200 ตารางเซนติเมตร
จำนวนหน่วย = 19,200 ÷ 500 = 38.4 หน่วย
เศษที่เหลือ = 0.4 × 500 = 200 ตารางเซนติเมตร
200 ไม่เกินกึ่งหนึ่งของ 500 (คือ 250) → ปัดทิ้ง
หน่วยที่ใช้คิด = 38 หน่วย
ป้ายใบเดียวกันนี้ เสียภาษีต่างกันตามหน้าตาของตัวอักษรบนป้าย

| หน้าตาป้าย | คิดเป็น | ภาษีที่ต้องเสีย |
|---|---|---|
| อักษรไทยล้วน ไม่มีโลโก้ ไม่มีรูป | 38 × 5 = 190 บาท | 200 บาท (ต่ำกว่าขั้นต่ำ จึงเสีย 200) |
| อักษรไทย + โลโก้ หรือ ไทยปนอังกฤษ | 38 × 26 = 988 บาท | 988 บาท |
| ชื่ออังกฤษตัวใหญ่ ชื่อไทยตัวเล็กอยู่ข้างล่าง | 38 × 50 = 1,900 บาท | 1,900 บาท |
ป้ายขนาดเท่ากันเป๊ะ ต่างกัน 200 บาท กับ 1,900 บาท คือ 9.5 เท่า และตัวแปรเดียวที่เปลี่ยนคือการจัดวางตัวอักษร
ถ้าเป็นป้ายไฟวิ่งหรือจอที่เปลี่ยนข้อความได้ ตัวเลขจะเป็น 38 × 10 = 380 บาท สำหรับอักษรไทยล้วน และ 38 × 52 = 1,976 บาท สำหรับแบบที่มีอักษรต่างประเทศหรือภาพปน
นี่คือเหตุผลที่ควรคิดเรื่องภาษีป้าย ตั้งแต่ตอนออกแบบป้าย ไม่ใช่ตอนจ่าย เพราะการเลื่อนชื่อไทยขึ้นไปอยู่เหนือชื่ออังกฤษ ทำให้ป้ายย้ายจากประเภท (3) ไปประเภท (2) ได้ โดยที่หน้าตาร้านแทบไม่เปลี่ยน
ยื่นเมื่อไหร่ ที่ไหน ใช้เอกสารอะไร
มาตรา 12 กำหนดให้เจ้าของป้ายยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ซึ่งก็คือแบบ ภ.ป.1 ภายในเดือนมีนาคมของปี
มาตรา 15 ให้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานหรือที่ว่าการของราชการส่วนท้องถิ่นที่ป้ายนั้นติดตั้งหรือแสดงอยู่ — สำนักงานเขตถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ หรือเทศบาล/อบต. ในพื้นที่ถ้าอยู่ต่างจังหวัด ไม่ใช่ที่สรรพากร
เอกสารที่มักต้องใช้สำหรับการยื่นครั้งแรก ได้แก่ บัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของป้าย หนังสือรับรองนิติบุคคลถ้าจดเป็นบริษัท และหลักฐานขนาดป้ายเช่นใบเสร็จหรือใบสั่งทำป้ายจากร้านทำป้าย ส่วนปีถัดไปให้นำใบเสร็จค่าภาษีป้ายของปีก่อนไปด้วย รายการเอกสารอาจต่างกันเล็กน้อยตามแต่ละท้องถิ่น ควรโทรถามก่อนไป
หลังยื่นแบบ มาตรา 17 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินภาษีตามหลักเกณฑ์ในบัญชีอัตราภาษีป้าย แล้วแจ้งการประเมินเป็นหนังสือไปยังเจ้าของป้าย จากนั้น มาตรา 19 ให้ชำระภาษีภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน
ป้ายที่ติดกลางปี ไม่ได้เสียเต็มปี
จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่าติดป้ายเดือนตุลาคมแล้วต้องเสียเต็มปี
มาตรา 7 เขียนไว้ว่า ป้ายที่เริ่มติดตั้งหรือแสดงในปีแรก ให้เสียภาษีป้ายตั้งแต่วันเริ่มติดตั้งหรือแสดงจนถึงวันสิ้นปี และให้คิดภาษีป้าย เป็นรายงวด งวดละ 3 เดือนของปี โดยเสียตั้งแต่งวดที่ติดตั้งจนถึงงวดสุดท้ายของปี
พูดง่าย ๆ คือปีแรกคิดตามจำนวนงวด 3 เดือนที่เหลือ ไม่ใช่ทั้งปี ส่วนปีถัดไปจึงเสียเต็มปีตามปกติ
ถ้าติดป้ายหลังเดือนมีนาคม
มาตรา 14 ครอบคลุม 3 กรณีที่ต้องยื่นแบบ ภายใน 15 วัน ไม่ต้องรอเดือนมีนาคมปีหน้า
- ติดตั้งหรือแสดงป้ายอันต้องเสียภาษีหลังเดือนมีนาคม
- ติดตั้งหรือแสดงป้ายใหม่แทนป้ายเดิม และมีพื้นที่ ข้อความ ภาพ และเครื่องหมายอย่างเดียวกับป้ายเดิมที่ได้เสียภาษีแล้ว
- เปลี่ยนแปลงแก้ไขพื้นที่ป้าย ข้อความ ภาพ หรือเครื่องหมายบางส่วนในป้ายที่ได้เสียภาษีแล้ว อันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีป้ายเพิ่มขึ้น
กรณีที่ 2 คือเปลี่ยนป้ายเก่าที่ซีดเป็นป้ายใหม่หน้าตาเหมือนเดิมเป๊ะ ซึ่ง มาตรา 14 ทวิ ระบุว่าให้ได้รับยกเว้นภาษีเฉพาะปีที่ติดตั้งหรือแสดงป้าย — แต่ยังต้องยื่นแบบภายใน 15 วันอยู่ดี
เซ้งร้านต่อแล้วใช้ป้ายเดิม
ร้านที่เซ้งกิจการต่อแล้วใช้ป้ายของเจ้าเก่าต้องทำเพิ่มอีกอย่าง
มาตรา 16 กำหนดว่าในกรณีที่มีการโอนป้าย ให้ผู้รับโอนแจ้งการรับโอนเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายใน 30 วันนับแต่วันรับโอน
ถ้าคุณกำลังมองหาร้านเซ้งอยู่ ลองอ่าน กลุ่ม Facebook ร้านอาหาร รวมกลุ่มเซ้งร้านและอุปกรณ์มือสอง ประกอบ แล้วเผื่องบส่วนนี้ไว้ในแผนด้วย
อย่าลืมติดหลักฐานไว้หน้าร้าน
ข้อนี้แทบไม่มีใครรู้ มาตรา 19 ตรี กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย แสดงหลักฐานการเสียภาษีป้ายไว้ ณ ที่เปิดเผยในสถานที่ประกอบการค้าหรือประกอบกิจการ
ไม่ใช่แค่จ่ายแล้วเก็บใบเสร็จเข้าลิ้นชัก
ลืมยื่นหรือจ่ายช้า เจออะไรบ้าง
มาตรา 25 กำหนดเงินเพิ่มไว้ 3 กรณี
| กรณี | เงินเพิ่ม |
|---|---|
| ไม่ยื่นแบบภายในเวลาที่กำหนด | ร้อยละ 10 ของค่าภาษี |
| ↳ แต่ถ้ายื่นเองก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบถึงการละเว้น | ร้อยละ 5 ของค่าภาษี |
| ยื่นแบบไม่ถูกต้อง ทำให้ภาษีที่ต้องเสียลดน้อยลง | ร้อยละ 10 ของภาษีที่ประเมินเพิ่มเติม (เว้นแต่ขอแก้ไขก่อนพนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการประเมิน) |
| ไม่ชำระภาษีภายในเวลาที่กำหนด | ร้อยละ 2 ต่อเดือน ของค่าภาษี โดยเศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือนเต็ม |
ข้อที่ควรจำที่สุดคือบรรทัดที่สอง — การเดินเข้าไปยื่นเองก่อนโดนตามเจอ ทำให้เงินเพิ่มลดจากร้อยละ 10 เหลือร้อยละ 5 ร้านที่รู้ตัวว่าไม่เคยยื่นมาหลายปี การเข้าไปคุยเองจึงถูกกว่ารอ
และมาตรา 25 (3) ยังกำกับไว้ว่าไม่ให้นำเงินเพิ่มตามกรณีไม่ยื่นแบบและกรณียื่นไม่ถูกต้อง มาคำนวณเป็นฐานของเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนอีกชั้น
ย้อนหลังได้กี่ปี
มาตรา 29 ระบุว่าเมื่อปรากฏว่าเจ้าของป้ายไม่ได้ยื่นแบบ หรือยื่นโดยไม่ถูกต้อง พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจแจ้งการประเมิน ย้อนหลังได้ไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการประเมิน
บทลงโทษที่เป็นค่าปรับ
นอกจากเงินเพิ่มซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของภาษีแล้ว ยังมีโทษปรับตามหมวดบทกำหนดโทษ
- มาตรา 35 ผู้จงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาทถึง 50,000 บาท
- มาตรา 34 ผู้โดยรู้อยู่แล้วหรือโดยจงใจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ให้ถ้อยคำเท็จ ตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีป้าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 บาทถึง 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- มาตรา 36 ผู้ไม่แจ้งการรับโอนป้ายตามมาตรา 16 หรือไม่แสดงการเสียภาษีป้ายตามมาตรา 19 ตรี ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 1,000 บาทถึง 10,000 บาท
มาตรา 38 ให้ผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ในความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว หรือมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ซึ่งเมื่อชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบภายใน 30 วันแล้ว คดีเป็นอันเลิกกัน
และ มาตรา 39 ทวิ ระบุว่าถ้าผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้แทนของนิติบุคคลนั้นต้องรับโทษด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนไม่ได้รู้เห็นหรือยินยอมในการกระทำความผิดนั้น
ถ้าภาษีเยอะ ผ่อนได้
ป้ายใหญ่หรือร้านที่มีหลายป้ายอาจเจอยอดที่ก้อนใหญ่กว่าที่คิด
มาตรา 19 ทวิ ให้สิทธิผ่อนชำระ ถ้าภาษีป้ายที่ต้องชำระมีจำนวน ตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะขอผ่อนชำระเป็น 3 งวด งวดละเท่า ๆ กัน ก็ได้ โดยต้องแจ้งความจำนงเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ ก่อนครบกำหนดเวลาชำระภาษี
กำหนดของแต่ละงวดเป็นดังนี้ งวดที่หนึ่งชำระก่อนครบกำหนดเวลาชำระภาษีตามมาตรา 19 งวดที่สองภายใน 1 เดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่หนึ่ง และงวดที่สามภายใน 1 เดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่สอง
ข้อควรระวังคือถ้าผิดนัดงวดใดงวดหนึ่ง สิทธิผ่อนหมดทันที และต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนสำหรับงวดที่ยังไม่ได้ชำระ
ถ้าไม่เห็นด้วยกับการประเมิน
มาตรา 30 ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่เห็นว่าการประเมินไม่ถูกต้อง อุทธรณ์การประเมินต่อผู้บริหารท้องถิ่นได้ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน
แต่มีประโยคสำคัญตามมาว่า การอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการชำระภาษี เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้บริหารท้องถิ่น — แปลว่าอุทธรณ์ไปก็ต้องจ่ายไปก่อน ถ้าชนะค่อยขอคืน
เช็คลิสต์สั้น ๆ ก่อนถึงมีนาคมปีหน้า
- เดินรอบร้าน นับป้ายทุกใบที่มีชื่อร้านหรือโลโก้ รวมสติกเกอร์กระจก ธง และป้ายไวนิล
- แยกว่าใบไหนอยู่ในอาคารและไม่เกิน 3 ตารางเมตร (ได้รับยกเว้น) ใบไหนอยู่นอกอาคาร (ต้องเสีย)
- วัดกว้างสุด × ยาวสุดของแต่ละใบที่ต้องเสีย เป็นเซนติเมตร
- ดูว่าป้ายแต่ละใบเข้าประเภท (1) (2) หรือ (3) ตามการจัดวางตัวอักษร
- คำนวณคร่าว ๆ ว่าทั้งร้านต้องเสียเท่าไหร่ ถ้ารวมแล้วตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป เตรียมเรื่องขอผ่อน 3 งวด
- ยื่นแบบ ภ.ป.1 ที่เขต เทศบาล หรือ อบต. ในพื้นที่ ภายในเดือนมีนาคม
- จ่ายภายใน 15 วันนับแต่ได้รับแจ้งการประเมิน แล้ว ติดหลักฐานการเสียภาษีไว้ที่เปิดเผยในร้าน
ภาษีป้ายเป็นก้อนที่ไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับค่าเช่าหรือค่าวัตถุดิบ ร้านทั่วไปมักอยู่ในหลักร้อยถึงหลักพันต่อปี แต่มันเป็นก้อนที่ แพงขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าปล่อยไว้ เพราะเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนเดินทุกเดือน และย้อนหลังได้ถึง 5 ปี
ถ้าอยากเห็นภาพภาษีตัวอื่นที่ร้านอาหารต้องจัดการควบคู่กัน อ่านต่อที่ สรุป 3 ภาษีหลักที่คนทำร้านอาหารต้องรู้ ซึ่งพูดถึงภาษีเงินได้ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ส่วนงานที่ทำให้ตัวเลขในร้านพร้อมใช้ตอนต้องยื่นเอกสารทุกประเภท เริ่มจากการเก็บยอดขายและต้นทุนให้เป็นระบบตั้งแต่วันแรก — Ginzii เป็นระบบ POS สำหรับร้านอาหารไทยที่เก็บบิลและสรุปยอดให้อัตโนมัติ เริ่มใช้ฟรีได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
- ป้ายชื่อร้านอาหารต้องเสียภาษีป้ายไหม
- ต้องเสีย ถ้าเป็นป้ายที่แสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้าเพื่อหารายได้ ตามนิยามในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ว่าไม่ว่าจะแสดงไว้ที่วัตถุใด ๆ ด้วยอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึกหรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น ป้ายไวนิล สติกเกอร์ติดกระจก หรือป้ายไฟจึงเข้าข่ายเหมือนกันหมด ไม่ได้จำกัดแค่ป้ายกล่องไฟหน้าร้าน
- ภาษีป้ายคิดยังไง อัตราเท่าไหร่
- คิดจากพื้นที่ป้ายเป็นตารางเซนติเมตร หารด้วย 500 แล้วคูณอัตราตามชนิดตัวอักษรบนป้าย ตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีป้าย พ.ศ. 2563 ป้ายอักษรไทยล้วนแบบคงที่คิด 5 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร ป้ายที่มีอักษรไทยปนอักษรต่างประเทศหรือปนภาพหรือเครื่องหมายอื่นคิด 26 บาท ส่วนป้ายที่ไม่มีอักษรไทย หรือมีอักษรไทยอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ คิด 50 บาท ถ้าเป็นป้ายที่ข้อความเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนเป็นข้อความอื่นได้ อัตราจะเป็น 10 บาท 52 บาท และ 52 บาท ตามลำดับ และถ้าคำนวณแล้วต่ำกว่าป้ายละ 200 บาท ให้เสียป้ายละ 200 บาท
- ยื่นภาษีป้ายเมื่อไหร่ ที่ไหน
- มาตรา 12 กำหนดให้เจ้าของป้ายยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายในเดือนมีนาคมของปี โดยมาตรา 15 ให้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานหรือที่ว่าการของราชการส่วนท้องถิ่นที่ป้ายนั้นติดตั้งหรือแสดงอยู่ ซึ่งก็คือสำนักงานเขต เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ ส่วนป้ายที่ติดตั้งหลังเดือนมีนาคม ป้ายใหม่ที่ติดแทนป้ายเดิม หรือป้ายที่แก้ไขจนต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น มาตรา 14 ให้ยื่นภายใน 15 วันนับแต่วันติดตั้งหรือวันเปลี่ยนแปลงแก้ไข
- ลืมยื่นภาษีป้ายจะโดนอะไร
- มาตรา 25 กำหนดเงินเพิ่มร้อยละ 10 ของค่าภาษีสำหรับกรณีไม่ยื่นแบบภายในเวลา แต่ถ้าเจ้าของป้ายยื่นเองก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบถึงการละเว้นนั้น เงินเพิ่มลดเหลือร้อยละ 5 และถ้าไม่ชำระภาษีภายในเวลาที่กำหนดจะมีเงินเพิ่มอีกร้อยละ 2 ต่อเดือนของค่าภาษี โดยเศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือนเต็ม นอกจากนี้มาตรา 29 ยังให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งประเมินย้อนหลังได้ไม่เกิน 5 ปี และมาตรา 35 กำหนดโทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาทถึง 50,000 บาทสำหรับผู้จงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย
- ป้ายเมนูที่ตั้งอยู่ในร้านต้องเสียภาษีด้วยไหม
- มาตรา 8 (5) ยกเว้นภาษีให้ป้ายที่แสดงไว้ภายในอาคารที่ใช้ประกอบการค้าหรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้ โดยแต่ละป้ายต้องมีพื้นที่ไม่เกินที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2542 กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 3 ตารางเมตรต่อป้าย ป้ายเมนูหรือป้ายโปรโมชันที่ติดอยู่ในร้านและไม่เกินขนาดนี้จึงได้รับยกเว้น แต่ข้อยกเว้นนี้ไม่รวมถึงป้ายตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ และไม่ครอบคลุมป้ายที่ติดอยู่นอกอาคารหรือหันออกสู่ถนน
- เซ้งร้านต่อแล้วใช้ป้ายเดิมของเจ้าเก่า ต้องทำอะไรไหม
- ต้องแจ้ง มาตรา 16 กำหนดว่าในกรณีที่มีการโอนป้าย ให้ผู้รับโอนแจ้งการรับโอนเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 30 วันนับแต่วันรับโอน และมาตรา 36 กำหนดโทษปรับตั้งแต่ 1,000 บาทถึง 10,000 บาทสำหรับผู้ไม่แจ้งการรับโอนป้ายตามมาตรา 16 หรือไม่แสดงหลักฐานการเสียภาษีป้ายตามมาตรา 19 ตรี
เห็นต้นทุนร้านชัดตั้งแต่วันแรก
Ginzii คือระบบ POS สำหรับร้านอาหารและคาเฟ่เปิดใหม่ในไทย รู้ต้นทุนต่อจานและของเสียได้จริง เริ่มใช้ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
เริ่มใช้ฟรี