Ginzii
จัดการร้าน

ภาษีป้ายร้านอาหาร ป้ายแบบไหนต้องเสีย คิดเงินยังไง

ป้ายชื่อร้านต้องเสียภาษีป้ายทุกปี และเป็นหน้าที่เจ้าของป้ายยื่นเองภายในมีนาคม สรุปอัตราตามกฎกระทรวง 2563 ป้ายที่ได้รับยกเว้น วิธีคำนวณพื้นที่ ขั้นต่ำ 200 บาท และเงินเพิ่มถ้าลืมยื่น

ทีม Ginziiอ่าน 9 นาที
สองมือใช้ตลับเมตรวัดความกว้างของแผงป้ายเปล่าที่วางบนโต๊ะไม้ในร้านอาหาร

ร้านอาหารส่วนใหญ่จำภาษีได้อยู่ไม่กี่ตัว — ภาษีเงินได้ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องของกรมสรรพากร

แต่มีภาษีอีกตัวที่ ไม่ได้อยู่กับสรรพากร และเกือบทุกร้านเข้าข่าย นั่นคือ ภาษีป้าย — ภาษีท้องถิ่นที่เก็บโดยสำนักงานเขต เทศบาล หรือ อบต. ในพื้นที่ที่ป้ายของคุณตั้งอยู่

จุดที่ทำให้คนพลาดคือลำดับของขั้นตอน กฎหมายให้ เจ้าของป้ายเป็นฝ่ายยื่นแบบเข้าไปก่อน แล้วเจ้าหน้าที่ถึงจะประเมินและแจ้งยอดกลับมา ไม่ใช่รอใบแจ้งหนี้มาถึงร้านแล้วค่อยจ่ายแบบภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ร้านที่เปิดมาหลายปีโดยไม่เคยได้รับหนังสือจากเขตจึงไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเสีย

บทความนี้สรุปให้ครบว่า ป้ายแบบไหนเข้าข่าย ป้ายแบบไหนได้รับยกเว้น คิดเงินยังไง ยื่นที่ไหน และถ้าลืมยื่นจะเจออะไร

ข้อมูลตรวจสอบเดือนกรกฎาคม 2569 อ้างอิงพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2534) และกฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีป้าย พ.ศ. 2563 การจัดประเภทป้ายในทางปฏิบัติเป็นดุลพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ตัวเลขในบทความใช้เพื่อให้เห็นวิธีคิด ควรยืนยันกับหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ของคุณอีกครั้ง หากคุณเพิ่งเปิดร้านและอยากเห็นภาพรวมเอกสารทั้งหมด อ่าน เปิดร้านอาหารต้องจดทะเบียนและขอใบอนุญาตอะไรบ้าง ประกอบ

ป้ายแบบไหนเรียกว่า "ป้าย" ในสายตากฎหมาย

หลายคนคิดว่าภาษีป้ายเก็บเฉพาะป้ายกล่องไฟใหญ่ ๆ หน้าร้าน ซึ่งแคบกว่าตัวกฎหมายมาก

มาตรา 6 นิยามคำว่าป้ายไว้ว่า ป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้าหรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้ หรือโฆษณาการค้าหรือกิจการอื่นเพื่อหารายได้ ไม่ว่าจะได้แสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใด ๆ ด้วยอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึกหรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น

คำว่า "ที่วัตถุใด ๆ" คือหัวใจ เพราะมันทำให้สิ่งเหล่านี้เข้าข่ายเหมือนกันหมด

  • ป้ายกล่องไฟ ป้ายอะคริลิก ป้ายตัวอักษรโลหะ
  • ป้ายไวนิล ที่ขึงหน้าร้านหรือแขวนริมถนน
  • สติกเกอร์ติดกระจก ที่เป็นชื่อร้านหรือโลโก้
  • ธงญี่ปุ่น ที่ปักหน้าร้าน ถ้ามีชื่อร้านหรือเครื่องหมายการค้า
  • ป้ายไฟวิ่ง LED และจอที่เปลี่ยนข้อความได้

สิ่งที่ทำให้ ไม่ เข้าข่ายคือเนื้อหาบนป้าย ไม่ใช่วัสดุ — ป้ายที่เขียนแค่ "เปิด" "ปิด" "ห้องน้ำ" "ที่จอดรถ" โดยไม่มีชื่อร้าน ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายการค้า ไม่ใช่ป้ายตามนิยามนี้

ป้ายที่ได้รับยกเว้น — ข้อที่ร้านอาหารใช้ได้จริง

มาตรา 8 ระบุป้ายที่เจ้าของไม่ต้องเสียภาษีไว้ 13 ข้อ ข้อที่เกี่ยวกับร้านอาหารโดยตรงมีอยู่ไม่กี่ข้อ แต่ใช้ประโยชน์ได้จริง

ป้ายที่ได้รับยกเว้นที่มาตัวอย่างในร้านอาหาร
ป้ายที่แสดงไว้ภายในอาคารที่ใช้ประกอบการค้า แต่ละป้ายไม่เกิน 3 ตารางเมตรมาตรา 8 (5) + กฎกระทรวง ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2542ป้ายเมนูบนผนังในร้าน ป้ายโปรโมชันในร้าน
ป้ายที่แสดงไว้ที่สินค้า หรือที่สิ่งหุ้มห่อหรือบรรจุสินค้ามาตรา 8 (2)โลโก้บนกล่องข้าว ถ้วยกาแฟ ถุงใส่อาหาร
ป้ายที่แสดงไว้ในบริเวณงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราวมาตรา 8 (3)ป้ายหน้าบูธตอนออกงานอาหารหรืองานวัด
ป้ายที่ติดตั้งหรือแสดงไว้ที่รถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ รถบดถนน หรือรถแทรกเตอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และที่ล้อเลื่อนตามกฎหมายว่าด้วยล้อเลื่อนมาตรา 8 (13) + กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535สติกเกอร์ชื่อร้านบนมอเตอร์ไซค์ส่งอาหาร
ป้ายของผู้ประกอบการเกษตรซึ่งค้าผลผลิตอันเกิดจากการเกษตรของตนมาตรา 8 (10)แผงขายผลผลิตของสวนตัวเอง

ข้อยกเว้น "ป้ายในอาคาร ไม่เกิน 3 ตารางเมตร" เป็นข้อที่ร้านได้ประโยชน์มากที่สุด แต่มีเงื่อนไข 2 ชั้นที่ต้องอ่านให้ครบ

  1. ต้องอยู่ภายในอาคารจริง ๆ ป้ายที่ติดผนังด้านนอก แขวนหน้าร้าน หรือหันออกสู่ถนน ไม่เข้าข้อนี้ แม้จะเป็นป้ายเมนูก็ตาม
  2. วัดเป็นรายป้าย ไม่ใช่ยอดรวม ป้ายเมนู 5 แผ่น แผ่นละ 1 ตารางเมตร ยังได้รับยกเว้นทุกแผ่น เพราะแต่ละป้ายไม่เกิน 3 ตารางเมตร

และมาตรา 8 (5) มีวรรคท้ายกำกับไว้ว่า ไม่รวมถึงป้ายตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ — ป้ายชื่อที่ผู้จดทะเบียนพาณิชย์มีหน้าที่ต้องแสดง จึงไม่ได้เข้าข้อยกเว้นนี้โดยอัตโนมัติเพียงเพราะอยู่ในอาคาร จุดนี้ควรถามเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้ชัดถ้าร้านของคุณจดทะเบียนพาณิชย์ไว้

อัตราภาษีป้ายปัจจุบัน

อัตราที่ใช้อยู่ตอนนี้มาจาก กฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีป้าย พ.ศ. 2563 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนที่ 98 ก หน้า 18 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2563 และยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2535) ที่ใช้มาก่อนหน้า

ข้อ 3 ของกฎกระทรวงเขียนไว้ว่าอัตรานี้ใช้บังคับสำหรับป้ายที่ต้องเสียภาษีป้าย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป โดยไม่ได้กำหนดวันสิ้นสุด อัตราชุดนี้จึงยังเป็นอัตราที่ใช้ในปี 2569

ตารางอัตราภาษีป้าย 3 ประเภทตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2563 แยกเป็นป้ายคงที่และป้ายที่เปลี่ยนข้อความได้
อัตราภาษีป้ายต่อ 500 ตารางเซนติเมตร ตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีป้าย พ.ศ. 2563
ประเภทป้ายป้ายที่ข้อความ เครื่องหมาย หรือภาพ เคลื่อนที่หรือเปลี่ยนได้ป้ายคงที่ (นอกจากแบบเคลื่อนที่)
(1) ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน10 บาท5 บาท
(2) ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศ และ/หรือปนกับภาพ และ/หรือเครื่องหมายอื่น52 บาท26 บาท
(3) ป้ายที่ไม่มีอักษรไทย ไม่ว่าจะมีภาพหรือเครื่องหมายใด ๆ หรือไม่ และป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ52 บาท50 บาท

(หน่วย: บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร)

สังเกตประเภท (2) ให้ดี — คำว่า "ปนกับภาพ และ/หรือเครื่องหมายอื่น" แปลว่า ป้ายภาษาไทยล้วนที่มีโลโก้หรือรูปอาหารอยู่ด้วย ก็ขยับจาก 5 บาทไปเป็น 26 บาททันที ป้ายที่จะได้อัตรา 5 บาทคือป้ายที่มีแต่อักษรไทยจริง ๆ เท่านั้น

และประเภท (3) ครอบคลุมสองกรณีที่ต่างกัน คือป้ายที่ไม่มีอักษรไทยเลย และ ป้ายที่มีอักษรไทยแต่วางไว้ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ ซึ่งเป็นเลย์เอาต์ยอดนิยมของคาเฟ่และร้านสมัยใหม่ที่ขึ้นชื่ออังกฤษตัวใหญ่ แล้วใส่ชื่อไทยตัวเล็กไว้ข้างล่าง

คิดเงินยังไง — ตัวอย่างป้ายหน้าร้านขนาดจริง

บัญชีอัตราภาษีป้าย (6) ท้ายพระราชบัญญัติ กำหนดวิธีวัดพื้นที่ไว้ 2 กรณี

  • ป้ายที่มีขอบเขตกำหนดได้ ให้เอาส่วนกว้างที่สุดคูณด้วยส่วนยาวที่สุดของขอบเขตป้าย เป็นตารางเซนติเมตร
  • ป้ายที่ไม่มีขอบเขตกำหนดได้ เช่น ตัวอักษรโลหะติดผนังเปล่า ให้ถือตัวอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่อยู่ริมสุดเป็นขอบเขต แล้วคำนวณแบบเดียวกัน

จากนั้น บัญชีอัตราภาษีป้าย (7) กำหนดกติกาปิดท้ายอีก 2 ข้อ

  • เศษ: ถ้ามีเศษเกินกึ่งหนึ่งของ 500 ตารางเซนติเมตร ให้นับเป็น 500 ตารางเซนติเมตร ถ้าไม่เกินกึ่งหนึ่งให้ปัดทิ้ง
  • ขั้นต่ำ: ถ้าคำนวณแล้วต้องเสียภาษีต่ำกว่าป้ายละ 200 บาท ให้เสียภาษีป้ายละ 200 บาท

ลองคิดกับป้ายจริงขนาด กว้าง 240 เซนติเมตร สูง 80 เซนติเมตร

พื้นที่ป้าย   = 240 × 80          = 19,200 ตารางเซนติเมตร
จำนวนหน่วย    = 19,200 ÷ 500      = 38.4 หน่วย
เศษที่เหลือ   = 0.4 × 500         = 200 ตารางเซนติเมตร
              200 ไม่เกินกึ่งหนึ่งของ 500 (คือ 250) → ปัดทิ้ง
หน่วยที่ใช้คิด = 38 หน่วย

ป้ายใบเดียวกันนี้ เสียภาษีต่างกันตามหน้าตาของตัวอักษรบนป้าย

เปรียบเทียบภาษีป้ายของป้ายขนาด 240x80 เซนติเมตร สามแบบ ตั้งแต่ 200 บาทถึง 1,900 บาท
ป้ายขนาดเท่ากันเป๊ะ เสียภาษีต่างกันได้ถึง 9.5 เท่า ขึ้นกับว่าอักษรไทยอยู่ตรงไหน
หน้าตาป้ายคิดเป็นภาษีที่ต้องเสีย
อักษรไทยล้วน ไม่มีโลโก้ ไม่มีรูป38 × 5 = 190 บาท200 บาท (ต่ำกว่าขั้นต่ำ จึงเสีย 200)
อักษรไทย + โลโก้ หรือ ไทยปนอังกฤษ38 × 26 = 988 บาท988 บาท
ชื่ออังกฤษตัวใหญ่ ชื่อไทยตัวเล็กอยู่ข้างล่าง38 × 50 = 1,900 บาท1,900 บาท

ป้ายขนาดเท่ากันเป๊ะ ต่างกัน 200 บาท กับ 1,900 บาท คือ 9.5 เท่า และตัวแปรเดียวที่เปลี่ยนคือการจัดวางตัวอักษร

ถ้าเป็นป้ายไฟวิ่งหรือจอที่เปลี่ยนข้อความได้ ตัวเลขจะเป็น 38 × 10 = 380 บาท สำหรับอักษรไทยล้วน และ 38 × 52 = 1,976 บาท สำหรับแบบที่มีอักษรต่างประเทศหรือภาพปน

นี่คือเหตุผลที่ควรคิดเรื่องภาษีป้าย ตั้งแต่ตอนออกแบบป้าย ไม่ใช่ตอนจ่าย เพราะการเลื่อนชื่อไทยขึ้นไปอยู่เหนือชื่ออังกฤษ ทำให้ป้ายย้ายจากประเภท (3) ไปประเภท (2) ได้ โดยที่หน้าตาร้านแทบไม่เปลี่ยน

ยื่นเมื่อไหร่ ที่ไหน ใช้เอกสารอะไร

มาตรา 12 กำหนดให้เจ้าของป้ายยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ซึ่งก็คือแบบ ภ.ป.1 ภายในเดือนมีนาคมของปี

มาตรา 15 ให้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานหรือที่ว่าการของราชการส่วนท้องถิ่นที่ป้ายนั้นติดตั้งหรือแสดงอยู่ — สำนักงานเขตถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ หรือเทศบาล/อบต. ในพื้นที่ถ้าอยู่ต่างจังหวัด ไม่ใช่ที่สรรพากร

เอกสารที่มักต้องใช้สำหรับการยื่นครั้งแรก ได้แก่ บัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของป้าย หนังสือรับรองนิติบุคคลถ้าจดเป็นบริษัท และหลักฐานขนาดป้ายเช่นใบเสร็จหรือใบสั่งทำป้ายจากร้านทำป้าย ส่วนปีถัดไปให้นำใบเสร็จค่าภาษีป้ายของปีก่อนไปด้วย รายการเอกสารอาจต่างกันเล็กน้อยตามแต่ละท้องถิ่น ควรโทรถามก่อนไป

หลังยื่นแบบ มาตรา 17 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินภาษีตามหลักเกณฑ์ในบัญชีอัตราภาษีป้าย แล้วแจ้งการประเมินเป็นหนังสือไปยังเจ้าของป้าย จากนั้น มาตรา 19 ให้ชำระภาษีภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน

ป้ายที่ติดกลางปี ไม่ได้เสียเต็มปี

จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่าติดป้ายเดือนตุลาคมแล้วต้องเสียเต็มปี

มาตรา 7 เขียนไว้ว่า ป้ายที่เริ่มติดตั้งหรือแสดงในปีแรก ให้เสียภาษีป้ายตั้งแต่วันเริ่มติดตั้งหรือแสดงจนถึงวันสิ้นปี และให้คิดภาษีป้าย เป็นรายงวด งวดละ 3 เดือนของปี โดยเสียตั้งแต่งวดที่ติดตั้งจนถึงงวดสุดท้ายของปี

พูดง่าย ๆ คือปีแรกคิดตามจำนวนงวด 3 เดือนที่เหลือ ไม่ใช่ทั้งปี ส่วนปีถัดไปจึงเสียเต็มปีตามปกติ

ถ้าติดป้ายหลังเดือนมีนาคม

มาตรา 14 ครอบคลุม 3 กรณีที่ต้องยื่นแบบ ภายใน 15 วัน ไม่ต้องรอเดือนมีนาคมปีหน้า

  1. ติดตั้งหรือแสดงป้ายอันต้องเสียภาษีหลังเดือนมีนาคม
  2. ติดตั้งหรือแสดงป้ายใหม่แทนป้ายเดิม และมีพื้นที่ ข้อความ ภาพ และเครื่องหมายอย่างเดียวกับป้ายเดิมที่ได้เสียภาษีแล้ว
  3. เปลี่ยนแปลงแก้ไขพื้นที่ป้าย ข้อความ ภาพ หรือเครื่องหมายบางส่วนในป้ายที่ได้เสียภาษีแล้ว อันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีป้ายเพิ่มขึ้น

กรณีที่ 2 คือเปลี่ยนป้ายเก่าที่ซีดเป็นป้ายใหม่หน้าตาเหมือนเดิมเป๊ะ ซึ่ง มาตรา 14 ทวิ ระบุว่าให้ได้รับยกเว้นภาษีเฉพาะปีที่ติดตั้งหรือแสดงป้าย — แต่ยังต้องยื่นแบบภายใน 15 วันอยู่ดี

เซ้งร้านต่อแล้วใช้ป้ายเดิม

ร้านที่เซ้งกิจการต่อแล้วใช้ป้ายของเจ้าเก่าต้องทำเพิ่มอีกอย่าง

มาตรา 16 กำหนดว่าในกรณีที่มีการโอนป้าย ให้ผู้รับโอนแจ้งการรับโอนเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายใน 30 วันนับแต่วันรับโอน

ถ้าคุณกำลังมองหาร้านเซ้งอยู่ ลองอ่าน กลุ่ม Facebook ร้านอาหาร รวมกลุ่มเซ้งร้านและอุปกรณ์มือสอง ประกอบ แล้วเผื่องบส่วนนี้ไว้ในแผนด้วย

อย่าลืมติดหลักฐานไว้หน้าร้าน

ข้อนี้แทบไม่มีใครรู้ มาตรา 19 ตรี กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย แสดงหลักฐานการเสียภาษีป้ายไว้ ณ ที่เปิดเผยในสถานที่ประกอบการค้าหรือประกอบกิจการ

ไม่ใช่แค่จ่ายแล้วเก็บใบเสร็จเข้าลิ้นชัก

ลืมยื่นหรือจ่ายช้า เจออะไรบ้าง

มาตรา 25 กำหนดเงินเพิ่มไว้ 3 กรณี

กรณีเงินเพิ่ม
ไม่ยื่นแบบภายในเวลาที่กำหนดร้อยละ 10 ของค่าภาษี
↳ แต่ถ้ายื่นเองก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบถึงการละเว้นร้อยละ 5 ของค่าภาษี
ยื่นแบบไม่ถูกต้อง ทำให้ภาษีที่ต้องเสียลดน้อยลงร้อยละ 10 ของภาษีที่ประเมินเพิ่มเติม (เว้นแต่ขอแก้ไขก่อนพนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการประเมิน)
ไม่ชำระภาษีภายในเวลาที่กำหนดร้อยละ 2 ต่อเดือน ของค่าภาษี โดยเศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือนเต็ม

ข้อที่ควรจำที่สุดคือบรรทัดที่สอง — การเดินเข้าไปยื่นเองก่อนโดนตามเจอ ทำให้เงินเพิ่มลดจากร้อยละ 10 เหลือร้อยละ 5 ร้านที่รู้ตัวว่าไม่เคยยื่นมาหลายปี การเข้าไปคุยเองจึงถูกกว่ารอ

และมาตรา 25 (3) ยังกำกับไว้ว่าไม่ให้นำเงินเพิ่มตามกรณีไม่ยื่นแบบและกรณียื่นไม่ถูกต้อง มาคำนวณเป็นฐานของเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนอีกชั้น

ย้อนหลังได้กี่ปี

มาตรา 29 ระบุว่าเมื่อปรากฏว่าเจ้าของป้ายไม่ได้ยื่นแบบ หรือยื่นโดยไม่ถูกต้อง พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจแจ้งการประเมิน ย้อนหลังได้ไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการประเมิน

บทลงโทษที่เป็นค่าปรับ

นอกจากเงินเพิ่มซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของภาษีแล้ว ยังมีโทษปรับตามหมวดบทกำหนดโทษ

  • มาตรา 35 ผู้จงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาทถึง 50,000 บาท
  • มาตรา 34 ผู้โดยรู้อยู่แล้วหรือโดยจงใจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ให้ถ้อยคำเท็จ ตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีป้าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 บาทถึง 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • มาตรา 36 ผู้ไม่แจ้งการรับโอนป้ายตามมาตรา 16 หรือไม่แสดงการเสียภาษีป้ายตามมาตรา 19 ตรี ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 1,000 บาทถึง 10,000 บาท

มาตรา 38 ให้ผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ในความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว หรือมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ซึ่งเมื่อชำระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบภายใน 30 วันแล้ว คดีเป็นอันเลิกกัน

และ มาตรา 39 ทวิ ระบุว่าถ้าผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้แทนของนิติบุคคลนั้นต้องรับโทษด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนไม่ได้รู้เห็นหรือยินยอมในการกระทำความผิดนั้น

ถ้าภาษีเยอะ ผ่อนได้

ป้ายใหญ่หรือร้านที่มีหลายป้ายอาจเจอยอดที่ก้อนใหญ่กว่าที่คิด

มาตรา 19 ทวิ ให้สิทธิผ่อนชำระ ถ้าภาษีป้ายที่ต้องชำระมีจำนวน ตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะขอผ่อนชำระเป็น 3 งวด งวดละเท่า ๆ กัน ก็ได้ โดยต้องแจ้งความจำนงเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ ก่อนครบกำหนดเวลาชำระภาษี

กำหนดของแต่ละงวดเป็นดังนี้ งวดที่หนึ่งชำระก่อนครบกำหนดเวลาชำระภาษีตามมาตรา 19 งวดที่สองภายใน 1 เดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่หนึ่ง และงวดที่สามภายใน 1 เดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่สอง

ข้อควรระวังคือถ้าผิดนัดงวดใดงวดหนึ่ง สิทธิผ่อนหมดทันที และต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนสำหรับงวดที่ยังไม่ได้ชำระ

ถ้าไม่เห็นด้วยกับการประเมิน

มาตรา 30 ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่เห็นว่าการประเมินไม่ถูกต้อง อุทธรณ์การประเมินต่อผู้บริหารท้องถิ่นได้ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน

แต่มีประโยคสำคัญตามมาว่า การอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการชำระภาษี เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้บริหารท้องถิ่น — แปลว่าอุทธรณ์ไปก็ต้องจ่ายไปก่อน ถ้าชนะค่อยขอคืน

เช็คลิสต์สั้น ๆ ก่อนถึงมีนาคมปีหน้า

  • เดินรอบร้าน นับป้ายทุกใบที่มีชื่อร้านหรือโลโก้ รวมสติกเกอร์กระจก ธง และป้ายไวนิล
  • แยกว่าใบไหนอยู่ในอาคารและไม่เกิน 3 ตารางเมตร (ได้รับยกเว้น) ใบไหนอยู่นอกอาคาร (ต้องเสีย)
  • วัดกว้างสุด × ยาวสุดของแต่ละใบที่ต้องเสีย เป็นเซนติเมตร
  • ดูว่าป้ายแต่ละใบเข้าประเภท (1) (2) หรือ (3) ตามการจัดวางตัวอักษร
  • คำนวณคร่าว ๆ ว่าทั้งร้านต้องเสียเท่าไหร่ ถ้ารวมแล้วตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป เตรียมเรื่องขอผ่อน 3 งวด
  • ยื่นแบบ ภ.ป.1 ที่เขต เทศบาล หรือ อบต. ในพื้นที่ ภายในเดือนมีนาคม
  • จ่ายภายใน 15 วันนับแต่ได้รับแจ้งการประเมิน แล้ว ติดหลักฐานการเสียภาษีไว้ที่เปิดเผยในร้าน

ภาษีป้ายเป็นก้อนที่ไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับค่าเช่าหรือค่าวัตถุดิบ ร้านทั่วไปมักอยู่ในหลักร้อยถึงหลักพันต่อปี แต่มันเป็นก้อนที่ แพงขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าปล่อยไว้ เพราะเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนเดินทุกเดือน และย้อนหลังได้ถึง 5 ปี

ถ้าอยากเห็นภาพภาษีตัวอื่นที่ร้านอาหารต้องจัดการควบคู่กัน อ่านต่อที่ สรุป 3 ภาษีหลักที่คนทำร้านอาหารต้องรู้ ซึ่งพูดถึงภาษีเงินได้ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ส่วนงานที่ทำให้ตัวเลขในร้านพร้อมใช้ตอนต้องยื่นเอกสารทุกประเภท เริ่มจากการเก็บยอดขายและต้นทุนให้เป็นระบบตั้งแต่วันแรก — Ginzii เป็นระบบ POS สำหรับร้านอาหารไทยที่เก็บบิลและสรุปยอดให้อัตโนมัติ เริ่มใช้ฟรีได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

ป้ายชื่อร้านอาหารต้องเสียภาษีป้ายไหม
ต้องเสีย ถ้าเป็นป้ายที่แสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้าเพื่อหารายได้ ตามนิยามในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ว่าไม่ว่าจะแสดงไว้ที่วัตถุใด ๆ ด้วยอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึกหรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น ป้ายไวนิล สติกเกอร์ติดกระจก หรือป้ายไฟจึงเข้าข่ายเหมือนกันหมด ไม่ได้จำกัดแค่ป้ายกล่องไฟหน้าร้าน
ภาษีป้ายคิดยังไง อัตราเท่าไหร่
คิดจากพื้นที่ป้ายเป็นตารางเซนติเมตร หารด้วย 500 แล้วคูณอัตราตามชนิดตัวอักษรบนป้าย ตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีป้าย พ.ศ. 2563 ป้ายอักษรไทยล้วนแบบคงที่คิด 5 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร ป้ายที่มีอักษรไทยปนอักษรต่างประเทศหรือปนภาพหรือเครื่องหมายอื่นคิด 26 บาท ส่วนป้ายที่ไม่มีอักษรไทย หรือมีอักษรไทยอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ คิด 50 บาท ถ้าเป็นป้ายที่ข้อความเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนเป็นข้อความอื่นได้ อัตราจะเป็น 10 บาท 52 บาท และ 52 บาท ตามลำดับ และถ้าคำนวณแล้วต่ำกว่าป้ายละ 200 บาท ให้เสียป้ายละ 200 บาท
ยื่นภาษีป้ายเมื่อไหร่ ที่ไหน
มาตรา 12 กำหนดให้เจ้าของป้ายยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายในเดือนมีนาคมของปี โดยมาตรา 15 ให้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานหรือที่ว่าการของราชการส่วนท้องถิ่นที่ป้ายนั้นติดตั้งหรือแสดงอยู่ ซึ่งก็คือสำนักงานเขต เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ ส่วนป้ายที่ติดตั้งหลังเดือนมีนาคม ป้ายใหม่ที่ติดแทนป้ายเดิม หรือป้ายที่แก้ไขจนต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น มาตรา 14 ให้ยื่นภายใน 15 วันนับแต่วันติดตั้งหรือวันเปลี่ยนแปลงแก้ไข
ลืมยื่นภาษีป้ายจะโดนอะไร
มาตรา 25 กำหนดเงินเพิ่มร้อยละ 10 ของค่าภาษีสำหรับกรณีไม่ยื่นแบบภายในเวลา แต่ถ้าเจ้าของป้ายยื่นเองก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบถึงการละเว้นนั้น เงินเพิ่มลดเหลือร้อยละ 5 และถ้าไม่ชำระภาษีภายในเวลาที่กำหนดจะมีเงินเพิ่มอีกร้อยละ 2 ต่อเดือนของค่าภาษี โดยเศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือนเต็ม นอกจากนี้มาตรา 29 ยังให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งประเมินย้อนหลังได้ไม่เกิน 5 ปี และมาตรา 35 กำหนดโทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาทถึง 50,000 บาทสำหรับผู้จงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย
ป้ายเมนูที่ตั้งอยู่ในร้านต้องเสียภาษีด้วยไหม
มาตรา 8 (5) ยกเว้นภาษีให้ป้ายที่แสดงไว้ภายในอาคารที่ใช้ประกอบการค้าหรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้ โดยแต่ละป้ายต้องมีพื้นที่ไม่เกินที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2542 กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 3 ตารางเมตรต่อป้าย ป้ายเมนูหรือป้ายโปรโมชันที่ติดอยู่ในร้านและไม่เกินขนาดนี้จึงได้รับยกเว้น แต่ข้อยกเว้นนี้ไม่รวมถึงป้ายตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ และไม่ครอบคลุมป้ายที่ติดอยู่นอกอาคารหรือหันออกสู่ถนน
เซ้งร้านต่อแล้วใช้ป้ายเดิมของเจ้าเก่า ต้องทำอะไรไหม
ต้องแจ้ง มาตรา 16 กำหนดว่าในกรณีที่มีการโอนป้าย ให้ผู้รับโอนแจ้งการรับโอนเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 30 วันนับแต่วันรับโอน และมาตรา 36 กำหนดโทษปรับตั้งแต่ 1,000 บาทถึง 10,000 บาทสำหรับผู้ไม่แจ้งการรับโอนป้ายตามมาตรา 16 หรือไม่แสดงหลักฐานการเสียภาษีป้ายตามมาตรา 19 ตรี

เห็นต้นทุนร้านชัดตั้งแต่วันแรก

Ginzii คือระบบ POS สำหรับร้านอาหารและคาเฟ่เปิดใหม่ในไทย รู้ต้นทุนต่อจานและของเสียได้จริง เริ่มใช้ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มใช้ฟรี