Ginzii
เริ่มต้นเปิดร้าน

เปิดร้านอาหารต้องจดทะเบียนและเสียภาษีอะไรบ้าง ฉบับเข้าใจง่าย

สรุปเรื่องจดทะเบียนพาณิชย์ ภาษีป้าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้ ที่เจ้าของร้านอาหารเปิดใหม่ต้องรู้ พร้อมจุดที่คนมักพลาด

ทีม Ginziiอ่าน 7 นาที

โต๊ะทำงานเจ้าของร้านอาหาร มีเครื่องคิดเลข สมุด และกาแฟ

เรื่องเอกสารและภาษีเป็นสิ่งที่เจ้าของร้านมือใหม่มักผัดไว้ทีหลัง เพราะรู้สึกว่าซับซ้อนและไม่เร่งด่วนเท่าการทำอาหารให้อร่อย แต่พอร้านเริ่มโต การไม่ได้วางระบบไว้แต่แรกจะกลายเป็นปัญหาที่แก้ยากและเสียเงินโดยไม่จำเป็น

บทความนี้สรุปเรื่องจดทะเบียนและภาษีหลัก ๆ ที่ร้านอาหารเกี่ยวข้อง แบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องมีพื้นบัญชี เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง

บทความนี้เป็นภาพรวมเบื้องต้น รายละเอียดและเงื่อนไขที่ใช้กับร้านของคุณ ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือสำนักงานเขต/อำเภออีกครั้ง

1. จดทะเบียนพาณิชย์

ร้านอาหารที่เปิดเป็นกิจการ โดยทั่วไปต้องจดทะเบียนพาณิชย์ที่สำนักงานเขต (กรุงเทพฯ) หรือเทศบาล/อบต. (ต่างจังหวัด) ภายในกำหนดหลังเริ่มกิจการ ค่าธรรมเนียมไม่แพง เป็นการยืนยันว่าร้านมีตัวตนถูกต้องตามกฎหมาย

การจดทะเบียนช่วยให้ร้านทำเรื่องอื่นต่อได้ง่าย เช่น เปิดบัญชีธนาคารในนามร้าน หรือทำสัญญากับซัพพลายเออร์

2. ทำในนามบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล

จุดตัดสินใจสำคัญที่ส่งผลต่อภาษีคือ จะทำร้านในนาม บุคคลธรรมดา หรือจดเป็น นิติบุคคล (บริษัท/ห้างหุ้นส่วน)

  • บุคคลธรรมดา — เริ่มง่าย เอกสารน้อย เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันไดตามกำไร เหมาะกับร้านเล็กช่วงเริ่มต้น
  • นิติบุคคล — เอกสารและบัญชีมากกว่า แต่โครงสร้างภาษีต่างออกไปและดูน่าเชื่อถือกว่าเมื่อร้านโต เหมาะเมื่อรายได้เริ่มสูงหรือมีหุ้นส่วนหลายคน

ไม่มีคำตอบตายตัวว่าแบบไหนดีกว่า ขึ้นอยู่กับขนาดร้านและแผนระยะยาว ช่วงแรกร้านเล็กส่วนใหญ่เริ่มจากบุคคลธรรมดาก่อน

3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

นี่คือจุดที่หลายร้านพลาด — เมื่อรายได้ของกิจการ เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเก็บ VAT 7% จากลูกค้า พร้อมนำส่งกรมสรรพากร

ประเด็นที่ต้องระวังคือเกณฑ์นี้นับจาก รายได้รวม ไม่ใช่กำไร ร้านที่ขายดีอาจถึงเกณฑ์เร็วกว่าที่คิด ถ้าไม่ได้จับตาตัวเลขรายได้สะสม อาจเลยเกณฑ์โดยไม่รู้ตัวและมีปัญหาย้อนหลัง

การรู้ยอดขายสะสมของร้านแบบเป็นปัจจุบันจึงสำคัญ ไม่ใช่แค่เพื่อดูว่าขายดีไหม แต่เพื่อรู้ว่าใกล้ถึงเกณฑ์ที่ต้องเข้าระบบ VAT หรือยัง

4. ภาษีป้าย

ถ้าร้านมีป้ายชื่อร้าน จะมีภาษีป้ายที่ต้องยื่นและชำระเป็นรายปีกับสำนักงานเขตหรือเทศบาล อัตราขึ้นอยู่กับขนาดป้ายและลักษณะตัวอักษร เป็นจำนวนไม่มากแต่เป็นสิ่งที่ต้องไม่ลืม

5. ถ้ามีลูกจ้าง ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม

เมื่อร้านจ้างพนักงาน นายจ้างมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างกับสำนักงานประกันสังคม และนำส่งเงินสมทบทั้งส่วนของนายจ้างและลูกจ้างทุกเดือน ส่วนนี้ต้องรวมเป็นต้นทุนพนักงานตั้งแต่แรก ไม่ใช่แค่เงินเดือน

จุดที่คนมักพลาด

  • ไม่แยกเงินร้านกับเงินส่วนตัว — พอถึงเวลาคิดภาษีหรือดูกำไรจริงจะยุ่งมาก ควรแยกบัญชีตั้งแต่วันแรก
  • ไม่เก็บเอกสารรายรับรายจ่าย — บิลซื้อวัตถุดิบ ใบเสร็จ ยอดขายรายวัน คือหลักฐานที่ใช้ทั้งตอนคิดภาษีและตอนดูสุขภาพร้าน
  • ไม่จับตายอดขายสะสม — จนเลยเกณฑ์ VAT โดยไม่รู้ตัว

สรุป

เรื่องจดทะเบียนและภาษีไม่ได้ยากอย่างที่กลัว แต่ต้องวางระบบไว้แต่แรก — จดทะเบียนพาณิชย์ เลือกรูปแบบกิจการ จับตาเกณฑ์ VAT ที่ 1.8 ล้านบาท ยื่นภาษีป้าย และดูแลประกันสังคมของพนักงาน สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือการมีตัวเลขยอดขายและรายจ่ายที่ถูกต้องเป็นปัจจุบัน

ระบบขายหน้าร้านที่บันทึกยอดขายทุกบิลให้อัตโนมัติ ช่วยให้เห็นยอดขายสะสมได้ตลอด ทั้งเพื่อดูว่าร้านกำลังไปทางไหน และเพื่อรู้ว่าใกล้ถึงเกณฑ์ที่ต้องเข้าระบบภาษีหรือยัง Ginzii เป็นระบบ POS สำหรับร้านอาหารในไทยที่เก็บข้อมูลยอดขายให้เป็นระเบียบตั้งแต่บิลแรก เริ่มใช้ฟรีได้ที่นี่

เห็นต้นทุนร้านชัดตั้งแต่วันแรก

Ginzii คือระบบ POS สำหรับร้านอาหารและคาเฟ่เปิดใหม่ในไทย รู้ต้นทุนต่อจานและของเสียได้จริง เริ่มใช้ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

เริ่มใช้ฟรี