เปิดร้านอาหารต้องจดทะเบียนและขอใบอนุญาตอะไรบ้าง 2569
จดทะเบียนพาณิชย์ ใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร (ใบเดียวที่มีโทษจำคุก) และประกันสังคมลูกจ้าง — รวมเอกสารที่ร้านเปิดใหม่ต้องเตรียม พร้อมจุดที่คนมักลืมจนมีปัญหาย้อนหลัง

เรื่องเอกสารเป็นสิ่งที่เจ้าของร้านมือใหม่มักผัดไว้ทีหลัง เพราะรู้สึกว่าซับซ้อนและไม่เร่งด่วนเท่าการทำอาหารให้อร่อย แต่บางใบต้องมี ก่อนเริ่มกิจการ ไม่ใช่ตามไปทำทีหลัง และมีใบหนึ่งที่ถ้าไม่มีแล้วโทษถึงขั้นจำคุก
บทความนี้รวมเอกสารที่ร้านอาหารเปิดใหม่ต้องเตรียม — จดทะเบียนอะไร ขออนุญาตที่ไหน ใบไหนลืมไม่ได้ ส่วนเรื่องภาษีเชิงลึกอยู่ในบทความแยกต่างหาก
บทความนี้เป็นภาพรวมเบื้องต้น ข้อมูลตรวจสอบล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2569 กฎหมายและอัตราภาษีเปลี่ยนได้ รายละเอียดและเงื่อนไขที่ใช้กับร้านของคุณ ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือสำนักงานเขต/อำเภออีกครั้ง
1. จดทะเบียนพาณิชย์
ร้านอาหารที่เปิดเป็นกิจการ โดยทั่วไปต้องจดทะเบียนพาณิชย์ที่สำนักงานเขต (กรุงเทพฯ) หรือเทศบาล/อบต. (ต่างจังหวัด) ภายในกำหนดหลังเริ่มกิจการ ค่าธรรมเนียมไม่แพง เป็นการยืนยันว่าร้านมีตัวตนถูกต้องตามกฎหมาย ครัวที่บ้านที่ขายผ่านแอปเดลิเวอรีหรือเพจโดยไม่มีหน้าร้าน ก็มีหน้าที่นี้เหมือนกัน — เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และกำหนดเวลาของกรณีนั้น อยู่ใน ขายอาหารออนไลน์ไม่มีหน้าร้าน ต้องจดอะไร ขออนุญาตอะไรบ้าง
การจดทะเบียนช่วยให้ร้านทำเรื่องอื่นต่อได้ง่าย เช่น เปิดบัญชีธนาคารในนามร้าน หรือทำสัญญากับซัพพลายเออร์
2. ใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร (ข้อที่ลืมไม่ได้)
หลายคนคิดว่าจดทะเบียนพาณิชย์แล้วจบ แต่ร้านอาหารมีอีกใบที่ต้องมี และเป็นใบเดียวในบทความนี้ที่มีโทษ จำคุก
ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 38 แบ่งตามพื้นที่ของสถานที่:
| พื้นที่ของร้าน | ต้องมีอะไร | โทษถ้าไม่มี (มาตรา 72) |
|---|---|---|
| เกิน 200 ตร.ม. | ใบอนุญาต จากเจ้าพนักงานท้องถิ่น | จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท |
| ไม่เกิน 200 ตร.ม. | หนังสือรับรองการแจ้ง (แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น) | จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท |
ร้านเล็กที่พื้นที่ไม่เกิน 200 ตร.ม. ซึ่งเป็นร้านส่วนใหญ่ ก็ยังต้องแจ้งเพื่อขอหนังสือรับรองการแจ้ง ก่อนเริ่มกิจการ ไม่ใช่ไม่ต้องทำอะไร ยื่นได้ที่สำนักงานเขต (กรุงเทพฯ) หรือเทศบาล/อบต. (ต่างจังหวัด) ที่เดียวกับที่จดทะเบียนพาณิชย์
3. ถ้ามีลูกจ้าง ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม
เมื่อร้านจ้างพนักงาน นายจ้างมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างกับสำนักงานประกันสังคม และนำส่งเงินสมทบทั้งส่วนของนายจ้างและลูกจ้างทุกเดือน ส่วนนี้ต้องรวมเป็นต้นทุนพนักงานตั้งแต่แรก ไม่ใช่แค่เงินเดือน
4. เรื่องภาษีที่ควรรู้ตั้งแต่วันแรก
ภาษีเป็นเรื่องที่ตามมาหลังร้านเริ่มขาย ไม่ใช่เอกสารที่ต้องยื่นก่อนเปิด แต่มี 4 เรื่องที่ควรรู้ไว้ตั้งแต่แรกเพราะมันกำหนดว่าต้องเก็บข้อมูลอะไรบ้าง
- บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล — จุดตัดสินใจที่ส่งผลต่อภาษีมากที่สุด ร้านเล็กช่วงเริ่มต้นส่วนใหญ่เริ่มจากบุคคลธรรมดา แล้วค่อยพิจารณาจดเป็นนิติบุคคลเมื่อรายได้เริ่มสูง
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) — เมื่อรายรับของกิจการ เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT เกณฑ์นี้นับจาก รายรับรวม ไม่ใช่กำไร ร้านที่ขายดีอาจถึงเกณฑ์เร็วกว่าที่คิด
- ภาษีป้าย — ถ้าร้านมีป้ายชื่อร้าน ต้องยื่นและชำระเป็นรายปีกับสำนักงานเขตหรือเทศบาล อัตราขึ้นอยู่กับขนาดป้ายและลักษณะตัวอักษร จุดที่พลาดกันบ่อยคือกฎหมายให้เจ้าของป้ายยื่นแบบเองภายในเดือนมีนาคม ไม่ใช่รอใบแจ้งหนี้มาถึงร้าน (ดูวิธีคำนวณและป้ายที่ได้รับยกเว้น)
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย — เป็นหน้าที่ของร้านที่จดเป็น นิติบุคคล เป็นหลัก ร้านที่ทำในนามบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักค่าเช่า จึงจ่ายค่าเช่าเต็มจำนวนได้ตามปกติ ไม่ต้องไปหักเงินเจ้าของตึก (คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 6)
ทั้งสี่เรื่องนี้มีรายละเอียดที่พลาดแล้วเสียเงินจริง โดยเฉพาะกรณีที่ ขาดทุนแต่ยังต้องเสียภาษี และเบี้ยปรับตอนโดนเรียกย้อนหลัง อ่านฉบับเต็มได้ที่ สรุป 3 ภาษีหลักที่คนทำร้านอาหารต้องรู้
จุดที่คนมักพลาด
- คิดว่าจดทะเบียนพาณิชย์แล้วครบ — ลืมหนังสือรับรองการแจ้ง/ใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร ซึ่งเป็นใบที่มีโทษจำคุก
- ทำเอกสารหลังเปิดร้านแล้ว — หนังสือรับรองการแจ้งต้องขอ ก่อนเริ่มกิจการ
- ไม่แยกเงินร้านกับเงินส่วนตัว — พอถึงเวลาคิดภาษีหรือดูกำไรจริงจะยุ่งมาก ควรแยกบัญชีตั้งแต่วันแรก
- ไม่เก็บเอกสารรายรับรายจ่าย — บิลซื้อวัตถุดิบ ใบเสร็จ ยอดขายรายวัน คือหลักฐานที่ใช้ทั้งตอนคิดภาษีและตอนดูสุขภาพร้าน
- ไม่จับตายอดขายสะสม — จนเลยเกณฑ์ VAT โดยไม่รู้ตัว
- ลืมว่าถ้าจะเปิดเพลงในร้าน ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย — ไม่ใช่เอกสารราชการจึงไม่อยู่ในสามกลุ่มข้างบน แต่เป็นสิทธิที่ต้องซื้อจากบริษัทจัดเก็บเป็นรายปี และค่าสมาชิก Spotify หรือ YouTube Premium ไม่ได้ครอบคลุมการเปิดในร้าน
สรุป
เอกสารของร้านอาหารเปิดใหม่มี 3 กลุ่มหลัก — จดทะเบียนพาณิชย์ ขอหนังสือรับรองการแจ้งหรือใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหารก่อนเปิด และขึ้นทะเบียนประกันสังคมถ้ามีลูกจ้าง ใบที่ห้ามลืมที่สุดคือใบที่สอง เพราะเป็นใบเดียวที่มีโทษจำคุก ส่วนเรื่องภาษีจะตามมาหลังเริ่มขาย สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือการมีตัวเลขยอดขายและรายจ่ายที่ถูกต้องเป็นปัจจุบันตั้งแต่วันแรก
Ginzii เป็นระบบ POS สำหรับร้านอาหารในไทย เริ่มขายและออกบิลได้ฟรีตั้งแต่วันแรก เริ่มใช้ฟรีได้ที่นี่ ส่วนรายงานยอดขายย้อนหลัง ซึ่งเป็นตัวที่ใช้ดูยอดสะสมว่าใกล้ถึงเกณฑ์ VAT ที่ 1.8 ล้านบาทหรือยัง อยู่ในแพ็กเกจ Mini (฿99/เดือน) ขึ้นไป
ถ้าจะเปิดร้านตามสั่ง มีเช็คลิสต์ที่ไล่ทุกขั้นตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญาเช่าจนถึงหลังเปิดร้าน ติ๊กและพิมพ์เก็บได้ฟรีที่ เช็คลิสต์เปิดร้านอาหารตามสั่ง
แหล่งอ้างอิง
ทุกลิงก์เปิดอ่านต้นทางเองเมื่อ 17 กรกฎาคม 2569 ตัวบทกฎหมายอ่านจากประมวลรัษฎากรและเอกสารของหน่วยงานโดยตรง
ใบอนุญาตประกอบกิจการ
- พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ฉบับรวมแก้ไขเพิ่มเติมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — มาตรา 38 ที่แบ่งว่าพื้นที่เกิน 200 ตารางเมตรต้องขอใบอนุญาต ส่วนที่ไม่เกินนั้นใช้หนังสือรับรองการแจ้ง
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
- มาตรา 80 ประมวลรัษฎากร — อัตราตามกฎหมายคือ 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วน 7 เปอร์เซ็นต์เป็นการลดชั่วคราว
- พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 646 พ.ศ. 2560 และ พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 799 พ.ศ. 2568 (PDF) — ฉบับที่ลดอัตราและฉบับที่ต่ออายุ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องเช็กวันหมดอายุทุกปี
- เกณฑ์รายรับ 1.8 ล้านบาทต่อปีกับหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และ หน้าประกอบของกรมสรรพากร — เกณฑ์นับจากรายรับ ไม่ใช่กำไร
ภาษีเงินได้และภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- มาตรา 48 (2) ประมวลรัษฎากร — ภาษีขั้นต่ำ 0.5 เปอร์เซ็นต์ของยอดเงินได้พึงประเมิน ใช้เมื่อเงินได้ตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป
- พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 480 — ยกเว้นภาษีขั้นต่ำเมื่อคำนวณแล้วไม่เกิน 5,000 บาท
- คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 และ คู่มือการยื่น ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 (PDF) — หน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าเช่าอัตรา 5 เปอร์เซ็นต์ ผูกกับผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคล
ภาษีป้าย
- ภาษีป้าย สำนักงานเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร — ใช้ยืนยันโครงสร้างว่าอัตราขึ้นกับขนาดป้ายและลักษณะตัวอักษร ส่วนอัตราที่ใช้อยู่ปัจจุบันมาจากกฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีป้าย พ.ศ. 2563 ซึ่งอธิบายไว้ในบทความเรื่องภาษีป้ายโดยเฉพาะ
รู้ต้นทุนต่อจานก่อน ค่อยตัดสินเรื่องอื่น
กรอกวัตถุดิบกับราคาที่ซื้อจริง รู้ต้นทุนต่อจานและช่วงราคาขายที่ควรตั้งทันที คำนวณในเครื่องคุณล้วน ๆ ไม่ต้องสมัคร และข้อมูลที่กรอกไม่ถูกส่งออกไปไหน
คำนวณต้นทุนต่อจานฟรีหรือให้ระบบคิดให้ทุกจานอัตโนมัติ — เริ่มใช้ Ginzii ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
บทความนี้มีประโยชน์ ส่งต่อให้เพื่อนที่ทำร้านได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
- เปิดร้านอาหารต้องมีใบอนุญาตอะไรบ้าง
- หลัก ๆ มี 3 อย่าง คือ จดทะเบียนพาณิชย์ที่สำนักงานเขตหรือเทศบาล ใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร (ถ้าพื้นที่เกิน 200 ตร.ม.) หรือหนังสือรับรองการแจ้ง (ถ้าไม่เกิน 200 ตร.ม.) และขึ้นทะเบียนประกันสังคมถ้ามีลูกจ้าง
- ร้านเล็กไม่เกิน 200 ตารางเมตร ต้องขออนุญาตไหม
- ต้อง แต่ไม่ใช่ใบอนุญาต ร้านที่พื้นที่ไม่เกิน 200 ตร.ม. ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อขอหนังสือรับรองการแจ้งก่อนเริ่มกิจการ ถ้าไม่แจ้งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535
- จดทะเบียนพาณิชย์แล้วถือว่าครบหรือยัง
- ยังไม่ครบ นี่คือจุดที่คนพลาดบ่อยที่สุด จดทะเบียนพาณิชย์เป็นคนละใบกับใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหารหรือหนังสือรับรองการแจ้ง ซึ่งเป็นใบเดียวในกลุ่มนี้ที่มีโทษจำคุกถ้าไม่มี