สรุป 3 ภาษีหลักที่คนทำร้านอาหารต้องรู้ (เข้าใจง่าย ไม่โดนย้อนหลัง)
ขายดีแต่ระวังโดนสรรพากรเรียกย้อนหลัง สรุปภาษีเงินได้ (บุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล) ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT เกณฑ์ 1.8 ล้าน และภาษีหัก ณ ที่จ่าย แบบภาษาคน พร้อมเช็คลิสต์กันโดนเบี้ยปรับ

"ขายดีจนล้างจานไม่ทัน แต่ทำไมปลายปีไม่มีเงินเหลือจ่ายภาษี?"
ปัญหาของร้านอาหารส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากขายไม่ดี แต่เกิดจากการ ไม่รู้กฎเกมภาษี จนวันหนึ่งได้รับหนังสือเชิญพบจากสรรพากร พร้อมยอดที่ต้องจ่ายย้อนหลัง — และที่แพงจริงมักไม่ใช่ตัวภาษี แต่เป็น เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ที่พอกขึ้นทุกเดือนที่ปล่อยไว้
บทความนี้สรุป 3 ภาษีหลักที่ร้านอาหารต้องจัดการให้ถูก แบบภาษาคน ไม่ต้องมีพื้นบัญชี เน้นจุดที่ทำให้ร้านโดนเรียกย้อนหลังบ่อยที่สุด
ข้อมูลตรวจสอบล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2569 กฎหมายและอัตราภาษีเปลี่ยนได้ ตัวเลขในบทความใช้เพื่อให้เห็นภาพ รายละเอียดและเงื่อนไขที่ใช้กับร้านของคุณ ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือนักบัญชีอีกครั้ง หากคุณเพิ่งเปิดร้านและอยากเห็นภาพรวมเอกสารทั้งหมดก่อน อ่าน เปิดร้านอาหารต้องจดทะเบียนและเสียภาษีอะไรบ้าง ประกอบ
1. ภาษีเงินได้ — เลือกโครงสร้างให้ถูก เซฟได้หลักหมื่น
เมื่อมีรายได้จากการขายอาหาร คุณต้องเสียภาษีเงินได้ตามรูปแบบธุรกิจ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ทางหลัก และการเลือกผิดตั้งแต่แรกทำให้เสียภาษีเกินจริงได้เยอะ
| หัวข้อ | บุคคลธรรมดา | นิติบุคคล (บริษัท / ห้างหุ้นส่วน) |
|---|---|---|
| ฐานคำนวณ | ยอดขาย − ค่าใช้จ่าย (หักเหมา 60% หรือหักตามจริง) | รายได้ − ค่าใช้จ่ายจริงที่มีเอกสาร = กำไรสุทธิ |
| อัตราภาษี | ขั้นบันได 5% – 35% | 15% – 20% (กำไรสุทธิ 3 แสนแรกได้รับยกเว้น กรณีเข้าเงื่อนไข SME) |
| เหมาะกับ | ร้านเล็ก ยอดขายไม่เยอะ เอกสารไม่ซับซ้อน | ร้านที่ยอดขายเริ่มสูง หรือมีบิลค่าใช้จ่ายชัดเจน |
⚠️ กับดักของ "หักค่าใช้จ่ายเหมา 60%"
ถ้าเลือกเป็นบุคคลธรรมดาแล้วหักค่าใช้จ่ายแบบ เหมา 60% หมายความว่ากฎหมายสมมติว่าร้านคุณมีกำไร 40% ของยอดขาย
ฟังดูดี แต่คิดต่อ — ร้านอาหารตามสั่งหรือก๋วยเตี๋ยวจำนวนมากมีกำไรจริงแค่ 15–20% เพราะต้นทุนวัตถุดิบ ค่าเช่า ค่าคนกินไปเยอะ ถ้าความจริงกำไร 20% แต่โดนคิดภาษีบนฐานกำไร 40% เท่ากับคุณ จ่ายภาษีบนกำไรที่ไม่มีอยู่จริง
ในกรณีแบบนี้ การหักค่าใช้จ่าย ตามจริง (บุคคลธรรมดาก็เลือกหักตามจริงได้ ถ้าเก็บบิลครบและทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้พิสูจน์ได้) จะเสียภาษีบนกำไรจริงที่เหลือ ไม่ใช่บนกำไรที่ถูกสมมติ — นี่คือเหตุผลว่าทำไมการเก็บใบเสร็จฝั่งซื้อทุกใบถึงสำคัญ
การ จดเป็นนิติบุคคล ก็เป็นอีกทางที่ร้านรายรับสูงแต่กำไรบางมักได้เปรียบ (เสียภาษีบนกำไรสุทธิจริง + ยกเว้น 3 แสนแรก) แต่ไม่ใช่สูตรสำเร็จว่า "จดบริษัทแล้วประหยัดกว่าเสมอ" เพราะมีต้นทุนทำบัญชี ปิดงบ จ้างผู้สอบบัญชี และตอนถอนกำไรออกมาเป็นเงินปันผลยังมีภาษีอีกชั้น ควรให้นักบัญชีช่วยคำนวณเทียบจากตัวเลขจริงของร้านก่อนตัดสินใจ
จุดที่หลายคนไม่รู้ — ขาดทุนก็อาจยังต้องเสียภาษี
เจ้าของร้านหลายคนคิดว่า "ปีนี้กำไรน้อย/ขาดทุน ไม่ต้องเสียภาษี" ซึ่งไม่จริงเสมอไปสำหรับบุคคลธรรมดา
รายได้จากการขายอาหารถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 กฎหมายกำหนดว่าถ้ามีเงินได้ประเภทนี้ (นับจาก ยอดรายรับ ไม่ใช่กำไร) เกิน 120,000 บาท ต้องคำนวณภาษีอีกวิธีคือ ไม่น้อยกว่า 0.5% ของยอดรายรับ แล้วเทียบกับวิธีขั้นบันได เสียตามตัวที่สูงกว่า (มีข้อยกเว้นถ้าคำนวณวิธีนี้แล้วไม่เกิน 5,000 บาท) แปลว่าร้านที่รายรับสูงแต่กำไรบาง อาจต้องเสียภาษีขั้นต่ำจากยอดขายแม้กำไรจะน้อย
2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) — กับดักใหญ่ที่สุดของคนทำร้านอาหาร
ภาษีตัวนี้ไม่ใช่เงินของร้าน แต่เป็นเงินที่ร้าน เก็บแทนรัฐ จากลูกค้า และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ร้านโดนเรียกย้อนหลังจนต้องปิดตัว
เกณฑ์ตัดสิน: เมื่อไหร่ก็ตามที่ รายรับ (ยอดขายก่อนหักค่าใช้จ่าย) เกิน 1,800,000 บาท/ปี ต้องจดทะเบียน VAT
ลองแปลงเป็นภาพที่จับต้องได้ — 1.8 ล้านบาทต่อปี เฉลี่ยแล้วคือยอดขายแค่ประมาณ 4,900 บาท/วัน เท่านั้น ร้านที่ขายดีพอสมควรจะแตะเกณฑ์นี้เร็วกว่าที่คิด หลายร้านเลยเส้นไปแล้วโดยไม่รู้ตัว
ย้ำให้ชัด: เกณฑ์วัดที่ ยอดขายสะสมทั้งปีทะลุ 1.8 ล้าน ไม่ได้วัดเป็นรายวัน ตัวเลข 4,900 บาท/วันเป็นแค่ค่าเฉลี่ยให้เห็นภาพ ร้านที่ขายพุ่งช่วงเทศกาลแต่ทั้งปีไม่ถึง 1.8 ล้านก็ยังไม่เข้าเกณฑ์ ที่ต้องจับตาคือ ยอดสะสม ไม่ใช่ยอดวันใดวันหนึ่ง

ระวัง: อัตรา 7% ไม่ใช่อัตราถาวร อัตราตามประมวลรัษฎากรจริง ๆ คือ 10% แต่มีพระราชกฤษฎีกาลดให้ชั่วคราวและต่ออายุกันปีต่อปี ฉบับปัจจุบันมีผลถึง 30 กันยายน 2569 ก่อนใช้ตัวเลขนี้วางแผนระยะยาว ควรเช็กว่ามีการต่ออายุแล้วหรือยัง
🛑 เตือนภัยสายบวกราคา — ทำไมย้อนหลังถึงแพงกว่าที่คิด
ถ้าร้านเกินเกณฑ์แล้วไม่จด พอโดนเรียกย้อนหลัง สรรพากรจะคิด VAT 7% จากยอดขายทั้งหมด ที่ควรเก็บ (ทั้งที่ร้านไม่เคยบวกเก็บจากลูกค้าเลย — กลายเป็นควักเนื้อ และมักเอาภาษีซื้อมาหักไม่ได้เพราะไม่มีใบกำกับที่ถูกต้อง) แล้วยังบวกอีก 2 ก้อน:
- เบี้ยปรับ — กรณีไม่จดทะเบียน/ไม่ยื่นแบบ สูงสุด 2 เท่า ของภาษี (มีระเบียบลดหย่อนได้ถ้าเข้าไปชำระเอง)
- เงินเพิ่ม — 1.5% ต่อเดือน ของตัวภาษี เดินไปเรื่อย ๆ ทุกเดือนที่ปล่อยไว้ (สูงสุดไม่เกินตัวภาษี)
ยิ่งรู้ตัวช้า ยอดยิ่งบาน — นี่คือเหตุผลว่าทำไมร้านหลายแห่งต้องปิดตัวเพราะข้อนี้ข้อเดียว
3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย + ภาษีท้องถิ่น — ตัวที่มองข้ามบ่อยสุด
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (เงินที่ต้องกันไว้จ่ายแทนคู่ค้า)
หน้าที่หักค่าเช่า/ค่าบริการ/ค่าโฆษณา เป็นของ ร้านที่จดเป็นนิติบุคคล เป็นหลัก (ร้านบุคคลธรรมดาทั่วไปไม่ต้องหักส่วนนี้) เวลาจ่ายเงินบางประเภท ต้องกันเงินส่วนหนึ่งไว้นำส่งสรรพากรแทนผู้รับเงิน
ข้อยกเว้นที่ทุกร้านต้องรู้: การหักภาษี ณ ที่จ่ายจาก เงินเดือน/ค่าจ้างพนักงาน ที่ถึงเกณฑ์ เป็นหน้าที่ของนายจ้าง ทุกแบบ ไม่ว่าจะบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล อย่าเข้าใจว่าร้านบุคคลธรรมดาไม่ต้องหักอะไรเลย
| จ่ายค่าอะไร | หักไว้ |
|---|---|
| ค่าเช่าสถานที่ | 5% |
| ค่าบริการ / จ้างทำของ (เช่น ค่าทำป้าย ค่าล้างเครื่องดูดควัน) | 3% |
| ค่าโฆษณา / การตลาด | 2% |
เงินที่หักไว้ต้องนำส่งสรรพากรภายใน วันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ถ้าผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา, ภ.ง.ด.53 ถ้าผู้รับเป็นนิติบุคคล)
ภาษีท้องถิ่น (จ่ายให้เทศบาล / อบต. / เขต)
- ภาษีป้าย — คิดตามขนาดและประเภท ตัวอักษร บนป้าย ป้ายอักษรไทยล้วนถูกที่สุด ป้ายที่มีอักษรต่างประเทศปน หรือไม่มีอักษรไทยเลย/อักษรไทยอยู่ใต้อักษรต่างประเทศ จะแพงขึ้น (มีขั้นต่ำ 200 บาท/ป้าย) ยื่นและชำระเป็นรายปี
- ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง — ที่ใช้เชิงพาณิชย์เสียในอัตราสูงกว่าที่อยู่อาศัย ผู้มีหน้าที่เสียคือเจ้าของที่ดิน/อาคาร ดังนั้นถ้าร้านเช่า ให้ดูสัญญาว่าใครรับภาระส่วนนี้ เพราะบางสัญญาผลักมาที่ผู้เช่า
🛡️ เช็คลิสต์ 3 ข้อ กันโดนเรียกย้อนหลัง
- แยกบัญชีร้านกับบัญชีส่วนตัวให้ชัด — เวลาสรรพากรตรวจสเตทเมนต์จะไม่สับสน และคุณเองก็เห็นกำไรจริงของร้าน
- เก็บใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีฝั่งซื้อไว้เสมอ — ค่าวัตถุดิบ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอุปกรณ์ ทุกใบคือค่าใช้จ่ายที่เอามาหักลดภาษีได้จริง (และเป็นตัวช่วยให้ "หักตามจริง" คุ้มกว่าเหมา)
- ทำประมาณการยอดขายทุกสิ้นเดือน — พอยอดขายสะสมเริ่มแตะ 1.5–1.6 ล้านบาท ให้เตรียมแผน VAT ทันที ไม่ต้องรอให้ทะลุ 1.8 ล้านแล้วค่อยวิ่ง
สรุป
ภาษีร้านอาหารไม่ได้น่ากลัวถ้าเข้าใจกติกา — เลือกโครงสร้างเงินได้ให้เหมาะกับกำไรจริง จับตาเกณฑ์ VAT ที่ 1.8 ล้านบาทแบบเรียลไทม์ และอย่าลืมภาษีหัก ณ ที่จ่ายกับภาษีท้องถิ่นที่คนมักมองข้าม สิ่งที่ป้องกันการโดนย้อนหลังได้ดีที่สุดคือการมีตัวเลขยอดขายและรายจ่ายที่ถูกต้องเป็นปัจจุบัน
Ginzii เป็นระบบ POS สำหรับร้านอาหารไทย ออกบิลและดูยอดขายได้ฟรีตั้งแต่วันแรก เริ่มใช้ฟรีได้ที่นี่ ส่วนรายงานยอดขาย ที่ช่วยให้เห็นยอดขายรวมว่าใกล้ถึงเกณฑ์ VAT 1.8 ล้านหรือยัง มีในแพ็กเกจ Mini (฿99/เดือน) ขึ้นไป
เห็นต้นทุนร้านชัดตั้งแต่วันแรก
Ginzii คือระบบ POS สำหรับร้านอาหารและคาเฟ่เปิดใหม่ในไทย รู้ต้นทุนต่อจานและของเสียได้จริง เริ่มใช้ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
เริ่มใช้ฟรี