Ginzii
เกร็ดน่ารู้

ไมโครเวฟอันตรายไหม รังสี มะเร็ง พลาสติก ฟอยล์ และอุ่นอาหารกี่องศาถึงปลอดภัย

ไมโครเวฟอันตรายไหม เครื่องที่สภาพดีไม่ทำให้อาหารมีรังสีและไม่มีหลักฐานว่าก่อมะเร็ง อันตรายที่เกิดจริงคืออาหารร้อนไม่ทั่วจนเชื้อรอด ภาชนะที่ไม่ได้ทำมาให้เข้าไมโครเวฟ น้ำร้อนเกินจุดเดือดกับไข่ระเบิด และเครื่องที่ประตูชำรุด บทความนี้ตอบเรื่องรังสีไมโครเวฟ ยืนหน้าเครื่องได้ไหม พลาสติก กล่องโฟม ฟอยล์ อุ่นอาหารกี่องศา และร้านอาหารควรใช้ไมโครเวฟอย่างไร

ทีม Ginziiอ่าน 9 นาที
แชร์
ปกบทความไมโครเวฟอันตรายไหม เตาไมโครเวฟสีขาวบนเคาน์เตอร์ไม้ ด้านในมีจานผักกำลังอุ่น พาดหัวไมโครเวฟอันตรายไหม พร้อมไอคอนรังสี เซลล์ กล่องพลาสติก ฟอยล์ และเทอร์โมมิเตอร์
ไมโครเวฟอันตรายไหม: รังสี ภาชนะ และการอุ่นอาหารให้ร้อนทั่ว

ไมโครเวฟอันตรายไหม เป็นคำถามที่คนไทยค้นกันทั้งแบบกว้าง ๆ และแบบเจาะทีละเรื่อง ทั้งรังสี มะเร็ง การยืนหน้าเครื่อง พลาสติก ฟอยล์ และอุ่นอาหารกี่องศา

บทความนี้ตอบทีละข้อจากหน่วยงานด้านอาหาร ด้านรังสี และด้านมะเร็ง ทั้งของไทยและต่างประเทศ เรื่องที่หลักฐานยังไม่พอจะบอกไว้ตรง ๆ และมีหัวข้อแยกสำหรับร้านอาหารที่ใช้ไมโครเวฟอุ่นของทุกวัน

ไมโครเวฟอันตรายไหม?

เตาไมโครเวฟที่สภาพดีไม่อันตราย และไม่ทำให้อาหารมีรังสี อันตรายที่เจอจริงหลัก ๆ มี 4 เรื่อง คืออาหารร้อนไม่ทั่วจนเชื้อโรครอด ภาชนะที่ไม่ได้ทำมาให้เข้าไมโครเวฟ น้ำร้อนเกินจุดเดือดหรือไข่ที่ระเบิดใส่มือใส่หน้า และเครื่องที่ประตูชำรุด

ทั้ง 4 เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรังสีโดยตรง สามเรื่องแรกเกิดจากวิธีใช้ ส่วนเรื่องสุดท้ายเกิดจากสภาพเครื่อง ตัวคลื่นรั่วมองไม่เห็น แต่ความเสียหายของประตู บานพับ สลัก และขอบยางตรวจดูได้ด้วยตา FDA ระบุว่า "Most injuries related to microwave ovens are the result of heat-related burns from hot containers, overheated foods, or exploding liquids." คือการบาดเจ็บจากไมโครเวฟส่วนใหญ่เป็นแผลไหม้จากภาชนะร้อน อาหารที่ร้อนเกิน และของเหลวที่พุ่ง ไม่ได้มาจากรังสี

องค์การอนามัยโลก (WHO) สรุปไว้ในหน้าถาม-ตอบเรื่องคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าว่า "Microwave ovens meeting the standards are not hazardous to health." หมายความว่าเตาไมโครเวฟที่ได้มาตรฐานไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ คำสำคัญอยู่ที่คำว่า "ได้มาตรฐาน" ซึ่งอธิบายในหัวข้อรังสีรั่วด้านล่าง

รังสีไมโครเวฟคืออะไร ทำให้อาหารมีรังสีตกค้างไหม?

รังสีไมโครเวฟเป็นรังสีชนิดไม่ก่อไอออน (non-ionizing) คนละกลุ่มกับรังสีเอกซ์และรังสีจากสารกัมมันตรังสี มันไม่ทำให้อาหารมีรังสีตกค้าง และหยุดทันทีที่เปิดประตูเครื่อง

องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) อธิบายว่ารังสีชนิดไม่ก่อไอออน ซึ่งรวมถึงแสงที่ตามองเห็น คลื่นวิทยุ และไมโครเวฟ "does not have enough energy to knock electrons out of atoms" คือไม่มีพลังงานพอจะทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากอะตอม ต่างจากรังสีเอกซ์ที่เปลี่ยนแปลงอะตอมและโมเลกุลจนทำลายเซลล์ได้

หน่วยงานความปลอดภัยอาหารของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA FSIS) ตอบคำถาม "ไมโครเวฟทำให้อาหารมีรังสีไหม" ไว้ด้วยคำเดียวว่า "No." และอธิบายว่าพลังงานไมโครเวฟมีความยาวคลื่นใกล้เคียงกับคลื่นโทรทัศน์ คลื่นวิทยุ และเรดาร์

คลื่นไมโครเวฟทำให้อาหารร้อนโดยเขย่าโมเลกุลของน้ำ ไขมัน และน้ำตาลในอาหาร พอเครื่องหยุดทำงาน คลื่นก็หยุดไปด้วย ไม่มีอะไรค้างอยู่ในอาหาร FDA ระบุว่ามาตรฐานของสหรัฐฯ บังคับให้เครื่องทุกเครื่องมีระบบล็อกนิรภัยสองชุดที่แยกจากกัน ซึ่ง "stop the production of microwaves the moment the latch is released or the door is opened" คือหยุดผลิตคลื่นทันทีที่ปลดสลักหรือเปิดประตู

ไมโครเวฟก่อมะเร็งจริงไหม?

หน่วยงานด้านมะเร็งทั้งของอังกฤษและสหรัฐฯ อธิบายตรงกันว่าคลื่นที่ไมโครเวฟใช้ไม่น่าจะก่อมะเร็งด้วยการทำลายดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นกลไกหลักที่รังสีชนิดก่อไอออนทำให้เกิดมะเร็ง แหล่งที่เราอ่านไม่มีแห่งใดรายงานว่าเตาไมโครเวฟที่ใช้ตามปกติทำให้คนเป็นมะเร็ง

สถาบันวิจัยมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักร (Cancer Research UK) เขียนไว้ว่า "Microwave ovens use radio waves, a type of radiation that's too weak to cause cancer by damaging DNA." คือไมโครเวฟใช้คลื่นวิทยุ ซึ่งเป็นรังสีที่อ่อนเกินกว่าจะก่อมะเร็งด้วยการทำลายดีเอ็นเอ

สมาคมโรคมะเร็งอเมริกัน (American Cancer Society) อธิบายในทำนองเดียวกันว่าคลื่นความถี่วิทยุ ซึ่งเป็นคลื่นกลุ่มเดียวกับที่ไมโครเวฟใช้อุ่นอาหาร "is not thought to cause cancer by damaging the DNA in cells" ต่างจากรังสีชนิดก่อไอออน แต่ ACS เขียนไว้ด้วยว่ามีนักวิจัยตั้งคำถามว่ารังสีไม่ก่อไอออนบางชนิดอาจกระทบเซลล์ด้วยกลไกอื่น และองค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (IARC) จัดคลื่นความถี่วิทยุรวมทั้งกลุ่มไว้ว่า "possibly carcinogenic to humans" คืออาจก่อมะเร็งในมนุษย์ จากหลักฐานจำกัดเรื่องเนื้องอกในสมองในกลุ่มคนใช้โทรศัพท์มือถือ

เรื่องที่คนมักพูดปนกันคือ "อุ่นในพลาสติกแล้วเป็นมะเร็ง" Cancer Research UK แยกประเด็นนี้ไว้ว่าสารเคมีบางชนิดเคลื่อนจากพลาสติกเข้าสู่อาหารได้เมื่อโดนความร้อน รวมถึงตอนเข้าไมโครเวฟ แต่ "there's no evidence to suggest that this causes cancer" คือไม่มีหลักฐานว่าเรื่องนี้ทำให้เป็นมะเร็ง และแนะนำให้ดูว่าภาชนะมีคำว่าเข้าไมโครเวฟได้ก่อนใช้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่หัวข้อภาชนะด้านล่างยังสำคัญอยู่

ยืนหน้าไมโครเวฟอันตรายไหม รังสีรั่วได้ไหม?

ยืนหน้าเครื่องที่สภาพดีได้ไม่อันตราย แต่ไม่ควรยืนแนบตัวเครื่องนาน ๆ ขณะทำงาน คลื่นที่รั่วออกมาจากเครื่องที่ได้มาตรฐานต่ำจนแทบวัดไม่ได้ และลดลงเร็วมากเมื่อถอยห่างออกมา เครื่องที่ต้องระวังคือเครื่องที่ประตู บานพับ สลัก หรือขอบยางชำรุด

Cancer Research UK เขียนไว้ตรง ๆ ว่า "It's also safe to stand in front of the microwave when it's on!" ส่วน WHO อธิบายว่าแม้เตาไมโครเวฟสำหรับใช้ในบ้านจะทำงานด้วยกำลังสูง แต่ตัวกำบังลดการรั่วออกนอกเครื่องจน "almost non-detectable levels" และ "microwave leakage falls very rapidly with increasing distance from the oven"

ที่ต้องมีมาตรฐานกำกับก็เพราะคลื่นไมโครเวฟระดับสูงทำอันตรายได้จริง FDA ระบุว่ามันทำให้เนื้อเยื่อร่างกายร้อนได้แบบเดียวกับที่ทำให้อาหารร้อน และ "Exposure to high levels of microwaves can cause skin burns or cataracts" คือการสัมผัสคลื่นระดับสูงทำให้ผิวไหม้หรือเป็นต้อกระจกได้ และระบุว่ายังรู้น้อยว่าการได้รับคลื่นระดับต่ำส่งผลอย่างไร FDA จึงแนะนำเป็นข้อควรระวังเพิ่มว่า "don't stand directly against an oven (and don't allow children to do this) for long periods of time while it is operating" คืออย่ายืนแนบตัวเครื่องเป็นเวลานานขณะเครื่องทำงาน และอย่าให้เด็กทำ ครัวร้านอาหารที่พนักงานยืนทำงานข้างเตาทั้งวันจึงควรวางเตาให้มีระยะห่าง ไม่ให้ใครยืนพิงเตาตลอดกะ

มาตรฐานของสหรัฐฯ (21 CFR 1030.10) กำหนดค่าคลื่นรั่วที่ระยะ 5 เซนติเมตรขึ้นไปจากผิวเครื่อง ไว้ไม่เกิน 1 มิลลิวัตต์ต่อตารางเซนติเมตรตอนเครื่องยังไม่ถึงมือผู้ซื้อ และไม่เกิน 5 มิลลิวัตต์ต่อตารางเซนติเมตรหลังจากนั้นตลอดอายุเครื่อง FDA ระบุว่าค่านี้ "far below the level known to harm people" คือต่ำกว่าระดับที่ทราบว่าทำอันตรายต่อคนอยู่มาก

ในไทย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จัดเตาไมโครเวฟสำหรับใช้ในที่อยู่อาศัยไว้ในกลุ่มสินค้าที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน คือ มอก. 1773-2548 ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2550 ฐานข้อมูลของ สมอ. อ้างค่าคลื่นรั่วตามข้อ 32 ของมาตรฐานไว้ที่ 50 วัตต์ต่อตารางเมตร ในหัวข้อป้ายเตือนที่ฝาปิดซึ่งถอดแล้วคลื่นรั่วเกินค่านี้ ค่านี้เท่ากับ 5 มิลลิวัตต์ต่อตารางเซนติเมตร ตัวเลขเดียวกับเพดานตลอดอายุเครื่องของสหรัฐฯ แต่หน้าฐานข้อมูลไม่ได้ระบุระยะที่ใช้วัด ส่วนเตาไมโครเวฟเชิงพาณิชย์อยู่นอกขอบข่ายของ มอก. 1773 และใช้มาตรฐานอีกฉบับคือ มอก. 1845

วิธีดูว่าเครื่องควรหยุดใช้หรือยัง FDA ให้ไว้สองข้อ ข้อแรก ถ้าประตูปิดไม่แน่น บิด งอ หรือเสียหาย หรือบานพับ สลัก หรือขอบยางชำรุด ให้ติดต่อผู้ผลิต ข้อสอง "Stop using a microwave oven if it continues to operate with the door open." คือถ้าเปิดประตูแล้วเครื่องยังทำงานต่อ ให้หยุดใช้ทันที

อุ่นอาหารในไมโครเวฟอันตรายไหม ต้องร้อนกี่องศา?

อุ่นอาหารในไมโครเวฟปลอดภัยถ้าอาหารร้อนทั่วทั้งชาม เกณฑ์ของ USDA FSIS คือ 165 องศาฟาเรนไฮต์ หรือราว 74 องศาเซลเซียส วัดด้วยเทอร์โมมิเตอร์หลังตั้งพัก เพราะไมโครเวฟทำให้อาหารร้อนไม่สม่ำเสมอ

มือสวมถุงมือเสียบเทอร์โมมิเตอร์แบบปลายแหลมลงกลางชามแก้วใส่แกงเขียวหวานที่เพิ่งอุ่นจากไมโครเวฟ ไอร้อนลอยขึ้น เตาไมโครเวฟเปิดประตูอยู่ด้านหลัง
วัดอุณหภูมิกลางชามหลังตั้งพัก ไม่ใช่แค่จับขอบชามว่าร้อน

USDA FSIS อธิบายว่า "Microwave ovens can cook unevenly and leave "cold spots" where harmful bacteria can survive." คือไมโครเวฟทำให้อาหารสุกไม่เท่ากันและทิ้งจุดเย็นไว้ ซึ่งเชื้อโรคที่ก่ออันตรายรอดอยู่ได้ จึงให้ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดหลายจุด ไม่ใช่จุดเดียว

ขั้นตอนอุ่นอาหารที่เหลือ สรุปจากคำแนะนำของ USDA FSIS มี 4 ข้อ

  1. ปิดฝาหรือคลุมด้วยฟิล์มที่เข้าไมโครเวฟได้ เพื่อเก็บความชื้นและให้ร้อนทั่ว แล้วพับมุมหนึ่งไว้ให้ไอน้ำออก
  2. คน หมุน หรือกลับอาหารกลางทาง ระหว่างอุ่น เพื่อลดจุดเย็น
  3. ตั้งพักหลังอุ่น ความร้อนยังทำงานต่อหลังเครื่องหยุด USDA FSIS เรียกช่วงนี้ว่า standing time ในหัวข้ออุ่นอาหารที่ปรุงสุกแล้ว FSIS ให้ตั้งพักแล้วค่อยวัดโดยไม่ได้ระบุเวลา ส่วนอาหารที่ปรุงจากดิบแนะนำให้พักอย่างน้อย 3 นาที
  4. วัดอุณหภูมิหลังพัก ด้วยเทอร์โมมิเตอร์ที่สะอาด ให้ได้ 165 องศาฟาเรนไฮต์

เรื่องที่คนมักพลาดคือกำลังวัตต์ USDA FSIS ระบุว่าเครื่องวัตต์สูงทำให้อาหารร้อนเร็วกว่า ดังนั้นเวลาตามสูตรหรือตามซองที่เขียนไว้สำหรับเครื่องอีกกำลังวัตต์อาจไม่พอ ถ้าไม่รู้ว่าเครื่องกี่วัตต์ ให้ดูที่ด้านในประตู ป้ายหมายเลขเครื่องด้านหลัง หรือในคู่มือ

ไมโครเวฟละลายของแช่แข็งได้ แต่มีเงื่อนไขเดียวที่ห้ามข้าม USDA FSIS ให้ปรุงเนื้อ ไก่ อาหารอบที่มีไข่ และปลา "immediately after defrosting" คือทันทีหลังละลาย เพราะบางส่วนของอาหารเริ่มสุกไปแล้วระหว่างละลาย และห้ามเก็บอาหารที่สุกบางส่วนไว้ใช้ทีหลัง รายละเอียดการละลายแต่ละวิธีอยู่ในบทละลายเนื้อแช่แข็ง

ภาชนะพลาสติกและกล่องโฟมเข้าไมโครเวฟได้ไหม?

ใช้ได้เฉพาะภาชนะที่ระบุว่าเข้าไมโครเวฟได้ กล่องที่ทำมาเพื่อเก็บของเย็น เช่น กล่องมาการีนและถ้วยโยเกิร์ต และภาชนะโฟม ไม่ควรเข้าไมโครเวฟ เพราะบิดงอหรือละลายได้ และสารเคมีอาจเคลื่อนเข้าสู่อาหาร

USDA FSIS แบ่งภาชนะไว้เป็นสองกลุ่ม

กลุ่มตัวอย่างจาก USDA FSIS
ใช้ได้ภาชนะที่ระบุว่าใช้กับไมโครเวฟได้ · แก้วทนความร้อน · ภาชนะเซรามิกแก้ว (glass-ceramic) · ถุงอบ · จานกระดาษ กระดาษเช็ดมือ กระดาษเช็ดปาก และถุงกระดาษส่วนใหญ่ (สีขาวไม่มีลายพิมพ์ปลอดภัยที่สุด) · กระดาษไข · ฟิล์มห่ออาหารที่เข้าไมโครเวฟได้ โดยไม่ให้แตะอาหาร
ไม่ปลอดภัยกล่องสำหรับเก็บของเย็น เช่น กล่องมาการีนและถ้วยโยเกิร์ต · ถุงกระดาษสีน้ำตาลและหนังสือพิมพ์ · ภาชนะโลหะ · แก้ว ชาม จาน และถาดโฟม · จานกระเบื้องที่เคลือบสีโลหะหรือมีขอบโลหะ · กล่องอาหารที่มีหูหิ้วโลหะ · ลวดมัดปากถุง · อาหารที่ห่อฟอยล์มิดทั้งก้อน

เหตุผลของกลุ่มกล่องเก็บของเย็น USDA FSIS เขียนไว้ว่า "These materials are not approved for cooking and chemicals can migrate into food." คือวัสดุพวกนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ปรุงอาหาร และสารเคมีอาจเคลื่อนเข้าสู่อาหาร ส่วนถาดโฟมที่เนื้อแช่แข็งมักติดมา USDA FSIS ให้แกะอาหารออกจากถาดก่อนละลาย เพราะถาดโฟมและฟิล์มห่อไม่ทนความร้อนสูง

กล่องพลาสติกในไทยมีตัวเลขทนร้อนที่หน่วยงานไทยวัดไว้แล้ว เช่น ถาด PP ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุว่าทนร้อนได้ถึง 110 องศาเซลเซียสและเข้าไมโครเวฟเพื่ออุ่นได้ ส่วนกล่องโฟมและฟิล์มยืดห้ามเข้าไมโครเวฟ ตัวเลขของภาชนะแต่ละชนิดอยู่ครบในบทใส่อาหารร้อนในถุงพลาสติก

ใส่ฟอยล์เข้าไมโครเวฟได้ไหม?

ให้ดูคู่มือของเครื่องก่อน หน่วยงานสหรัฐฯ สองแห่งพูดไม่เหมือนกัน USDA FSIS บอกว่าฟอยล์ปริมาณเล็กน้อยอาจใช้ได้ถ้าผู้ผลิตอนุญาต ส่วน FDA บอกว่าโดยทั่วไปไม่ควรใช้ ทั้งสองแห่งเห็นตรงกันว่าห้ามห่ออาหารด้วยฟอยล์มิดทั้งก้อน

USDA FSIS ระบุว่า "It can be safe to use small amounts of aluminum foil in a microwave oven." โดยให้ทำตามคำแนะนำในคู่มือของเครื่อง เหตุผลคือคลื่นไมโครเวฟผ่านโลหะไม่ได้ อาหารที่ห่อฟอยล์มิดหรืออยู่ในภาชนะโลหะที่ปิดฝาจึงไม่ควรเข้าไมโครเวฟ

FDA เขียนกว้างกว่านั้นว่า "Generally, metal pans or aluminum foil should also not be used in a microwave oven" เพราะคลื่นสะท้อนออกจากโลหะ ทำให้อาหารสุกไม่ทั่วและอาจทำให้เครื่องเสียหาย

กล่องฟอยล์ใส่อาหารกลับบ้านส่วนใหญ่ไม่มีคำแนะนำจากผู้ผลิตว่าเข้าไมโครเวฟได้ ทางที่เราแนะนำคือเทอาหารใส่ภาชนะที่เข้าไมโครเวฟได้ก่อนอุ่น

ไข่ในไมโครเวฟระเบิดได้ไหม น้ำร้อนพุ่งได้อย่างไร?

ระเบิดได้ ไข่ทั้งเปลือกที่ต้มในไมโครเวฟจะระเบิดเพราะไอน้ำข้างในดันเปลือก ส่วนไข่ดาวหรือไข่ที่ตอกแล้วก็ระเบิดได้ถ้าไม่เจาะเยื่อหุ้มไข่แดง น้ำเปล่าที่อุ่นนานเกินไปก็ร้อนเกินจุดเดือดแล้วพุ่งออกจากแก้วได้

มหาวิทยาลัยจอร์เจีย (UGA) อ้างนักวิทยาศาสตร์ด้านอาหารของมหาวิทยาลัยว่าการต้มไข่ทั้งเปลือกในไมโครเวฟ "won't work at all" เพราะเปลือกกักความร้อนไว้ข้างใน ไอน้ำที่เกิดขึ้นจะเพิ่มแรงดันจนเปลือกรับไม่ไหว ส่วนไข่ที่ตอกแล้ว ต้องเจาะเยื่อหุ้มไข่แดงด้วยไม้จิ้มฟันหรือปลายมีดก่อน "it can also explode from steam pressure"

เรื่องน้ำร้อน FDA ระบุว่าเคยได้รับรายงานคนถูกน้ำร้อนลวกรุนแรงที่มือและหน้าจากน้ำที่อุ่นนานเกินในไมโครเวฟแล้วพุ่งออกจากแก้ว น้ำที่ร้อนเกินจุดเดือดจะไม่มีฟองให้เห็น และเกิดเมื่ออุ่นน้ำเปล่าในแก้วที่สะอาด พอขยับแก้วหรือเทกาแฟผงลงไปก็พุ่งขึ้นมาได้ FDA ระบุว่า "Adding substances such as instant coffee or sugar before heating greatly reduces this risk." คือใส่กาแฟผงหรือน้ำตาลก่อนอุ่นช่วยลดความเสี่ยงได้มาก และอย่าอุ่นเกินเวลาที่คู่มือแนะนำ

ไมโครเวฟทำลายสารอาหารไหม?

ไม่มากกว่าวิธีปรุงอื่น และบางกรณีเก็บวิตามินไว้ได้มากกว่าการต้ม เพราะใช้เวลาสั้นกว่าและไม่ต้องใช้น้ำ แต่ผลขึ้นกับชนิดผักและชนิดวิตามิน ไม่ได้ชนะทุกตัว

FDA เขียนไว้ว่า "Microwave cooking does not reduce the nutritional value of foods any more than conventional cooking." และอาหารที่อุ่นในไมโครเวฟอาจเก็บวิตามินและแร่ธาตุไว้ได้มากกว่า เพราะสุกเร็วกว่าและไม่ต้องเติมน้ำ

งานวิจัยใน Food Science and Biotechnology เล่ม 27 ของ Lee และคณะ เทียบการลวก การต้ม การอบไมโครเวฟ และการนึ่งในผักสด 10 ชนิดที่ซื้อจากตลาดในเกาหลีใต้ เช่น บร็อกโคลี ผักโขม แครอท และมันฝรั่ง พบว่า "higher retention of vitamin C was observed after microwaving with the lowest retention recorded after boiling" คือโดยทั่วไปไมโครเวฟเก็บวิตามินซีไว้ได้สูงกว่า ส่วนการต้มเก็บได้น้อยที่สุด แต่งานเดียวกันพบว่าไมโครเวฟทำให้เสียวิตามินเคมากที่สุดในผักเกาหลี 2 ชนิด (crown daisy และ mallow) ขณะที่ผักโขมกับชาร์ดเสียน้อยที่สุด ผู้วิจัยสรุปว่าผลขึ้นกับชนิดผักและวิธีปรุง และงานนี้ศึกษาการปรุงผักสด ไม่ใช่การอุ่นอาหารที่ปรุงแล้ว

ร้านอาหารใช้ไมโครเวฟอย่างไรให้ปลอดภัย?

ร้านที่ใช้ไมโครเวฟอุ่นหรือทำให้สุกต้องคุม 3 เรื่อง คืออาหารร้อนทั่วทุกส่วนก่อนเสิร์ฟ ภาชนะที่เข้าไมโครเวฟได้จริง และสภาพประตูเครื่อง

อุณหภูมิ Food Code 2022 ของ FDA เป็นแบบจำลองข้อกำหนดที่รัฐต่าง ๆ ในสหรัฐฯ นำไปใช้เป็นกฎของตัวเอง ตัวเอกสารเขียนไว้เองว่า "neither federal law nor federal regulation" ข้อ 3-401.12 กำหนดว่าอาหารจากสัตว์ที่ยังดิบและทำให้สุกในไมโครเวฟต้อง หนึ่ง หมุนหรือคนระหว่างทาง สอง ปิดฝา สาม ร้อนอย่างน้อย 74 องศาเซลเซียสทุกส่วนของอาหาร และสี่ ตั้งพักแบบปิดฝาไว้ 2 นาทีหลังสุกเพื่อให้อุณหภูมิเท่ากันทั้งชิ้น นี่ไม่ใช่กฎหมายไทย แต่เป็นขั้นตอนที่ร้านนำมาใช้ได้ทันที

กฎหมายไทยที่ผูกร้านอยู่คือประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการจำหน่ายอาหารประเภทปรุงสำเร็จ พ.ศ. 2566 ข้อ 5 (2) ซึ่งกำหนดให้อาหารประเภทต้ม แกง ตุ๋น นึ่ง ควบคุมอุณหภูมิเก็บรักษาให้ร้อนสูงกว่า 63 องศาเซลเซียส อาหารที่วางไว้ที่อุณหภูมิห้องระหว่างเตรียมหรือจำหน่ายได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง และต้องอุ่นให้ร้อนด้วยวิธีที่เหมาะสมก่อนนำไปบริการ ตัวประกาศยกตัวอย่างวิธีอุ่นไว้เองว่า "การให้ความร้อนโดยตรง ไมโครเวฟ" แต่ไม่ได้กำหนดตัวเลขอุณหภูมิตอนอุ่น เราจึงแนะนำให้ร้านที่ใช้ไมโครเวฟอุ่นแกงที่ทำไว้ล่วงหน้า อุ่นให้ร้อนทั่วทั้งชามตามเกณฑ์ของ USDA FSIS ไม่ใช่แค่อุ่นจนขอบชามร้อน

ของที่ทำไว้ล่วงหน้า USDA FSIS ห้ามทำให้สุกบางส่วนแล้วเก็บไว้ใช้ทีหลัง เพราะเชื้อที่มีอยู่ยังไม่ถูกทำลาย ถ้าจะใช้ไมโครเวฟเร่งให้สุกก่อนไปย่างหรืออบต่อ ต้องย้ายไปเตาทันที

ภาชนะ ถ้วยหรือกล่องที่ใช้อุ่นในครัวควรเป็นชนิดเดียวกันทั้งร้านและระบุว่าเข้าไมโครเวฟได้ ไม่ใช่หยิบกล่องใส่ของกลับบ้านที่ไม่ได้ระบุว่าเข้าไมโครเวฟได้ กล่องโฟม หรือกล่องฟอยล์มาใช้แทน

สภาพเครื่อง ให้ดูประตู บานพับ สลัก และขอบยางเป็นประจำ ถ้าปิดไม่สนิท บิดงอ หรือเปิดประตูแล้วเครื่องยังทำงาน ให้หยุดใช้ตามคำแนะนำของ FDA ข้างต้น

ร้านที่ซื้อเครื่องใหม่ ควรถามผู้ขายว่าเป็นรุ่นสำหรับใช้ในบ้าน (ขอบข่าย มอก. 1773) หรือรุ่นเชิงพาณิชย์ (หน้าฐานข้อมูล สมอ. อ้างถึง มอก. 1845) และใช้งานตามที่ผู้ผลิตกำหนด


Ginzii เป็นระบบขายหน้าร้านสำหรับร้านอาหารไทย ใช้บนมือถือหรือแท็บเล็ต Android ที่มีอยู่ได้เลย เริ่มใช้ได้ที่แพ็กเกจฟรี ค้นคำว่า Ginzii ใน Play Store

แหล่งอ้างอิง

ทุกแหล่งเปิดอ่านหน้าจริงเมื่อ 18 ตุลาคม 2569 และข้อความภาษาอังกฤษที่ยกมาตรวจเทียบกับต้นฉบับทีละประโยค

รู้ต้นทุนต่อจานก่อน ค่อยตัดสินเรื่องอื่น

กรอกวัตถุดิบกับราคาที่ซื้อจริง รู้ต้นทุนต่อจานและช่วงราคาขายที่ควรตั้งทันที คำนวณในเครื่องคุณล้วน ๆ ไม่ต้องสมัคร และข้อมูลที่กรอกไม่ถูกส่งออกไปไหน

คำนวณต้นทุนต่อจานฟรี

หรือให้ระบบคิดให้ทุกจานอัตโนมัติ — เริ่มใช้ Ginzii ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

บทความนี้มีประโยชน์ ส่งต่อให้เพื่อนที่ทำร้านได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

ไมโครเวฟอันตรายไหม
เครื่องที่สภาพดีไม่อันตราย คลื่นไมโครเวฟเป็นรังสีชนิดไม่ก่อไอออน องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ระบุว่ามันไม่มีพลังงานพอจะทำให้อิเล็กตรอนหลุดจากอะตอมแบบรังสีเอกซ์ และไม่ทำให้อาหารมีรังสีตกค้าง อันตรายที่เกิดจริงคืออาหารร้อนไม่ทั่วจนเชื้อโรครอด ภาชนะที่ไม่ได้ทำมาให้เข้าไมโครเวฟ น้ำร้อนเกินจุดเดือดที่พุ่งออกจากแก้ว และเครื่องที่ประตู บานพับ หรือขอบยางชำรุด
ไมโครเวฟก่อมะเร็งจริงไหม
ไม่พบหลักฐานว่าเตาไมโครเวฟที่ใช้ตามปกติทำให้เป็นมะเร็ง สถาบันวิจัยมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักร (Cancer Research UK) ระบุว่าไมโครเวฟใช้คลื่นวิทยุซึ่งอ่อนเกินกว่าจะก่อมะเร็งด้วยการทำลายดีเอ็นเอ และไม่ได้ทำให้อาหารมีรังสี ส่วนองค์การอนามัยโลกระบุว่าเตาไมโครเวฟที่ได้มาตรฐานไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ข้อสงวนที่ยังมีคือ IARC จัดคลื่นความถี่วิทยุทั้งกลุ่มไว้ว่าอาจก่อมะเร็ง จากหลักฐานจำกัดเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือ
อุ่นอาหารในไมโครเวฟกี่องศาถึงปลอดภัย
หน่วยงานความปลอดภัยอาหารของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA FSIS) ให้อุ่นอาหารที่เหลือจนถึง 165 องศาฟาเรนไฮต์ หรือราว 74 องศาเซลเซียส วัดด้วยเทอร์โมมิเตอร์หลังตั้งพักไว้ครู่หนึ่ง เพราะไมโครเวฟทำให้อาหารร้อนไม่ทั่วและทิ้งจุดเย็นที่เชื้อโรครอดได้ ระหว่างอุ่นให้ปิดฝาแบบเปิดช่องระบายไอ และคนหรือกลับอาหารกลางทาง
พลาสติกหรือกล่องโฟมเข้าไมโครเวฟได้ไหม
ให้ใช้เฉพาะภาชนะที่ระบุว่าเข้าไมโครเวฟได้ USDA FSIS จัดกล่องสำหรับเก็บของเย็น เช่น กล่องมาการีนและถ้วยโยเกิร์ต รวมถึงแก้ว ชาม จาน และถาดโฟม ไว้ในกลุ่มที่ไม่ปลอดภัยสำหรับไมโครเวฟ เพราะสารเคมีอาจเคลื่อนย้ายเข้าสู่อาหารเมื่อภาชนะบิดงอหรือละลาย และไม่ควรให้ฟิล์มห่ออาหารแตะตัวอาหารระหว่างอุ่น
ไมโครเวฟใส่ฟอยล์ได้ไหม
ให้ดูคู่มือของเครื่องก่อน USDA FSIS ระบุว่าฟอยล์ปริมาณเล็กน้อยอาจใช้ได้อย่างปลอดภัยถ้าผู้ผลิตอนุญาต แต่ห้ามใส่อาหารที่ห่อฟอยล์มิดทั้งก้อนหรืออยู่ในภาชนะโลหะที่ปิดฝา ส่วน FDA แนะนำว่าโดยทั่วไปไม่ควรใช้ภาชนะโลหะหรือฟอยล์ เพราะโลหะสะท้อนคลื่น ทำให้อาหารสุกไม่ทั่วและอาจทำให้เครื่องเสีย
ทักไลน์